“อนุทิน” ย้ำข่าว”ยิวยึดปาย”เฟคนิวส์ พูดเกินความเป็นจริง ไม่มีประเด็นแทรกซึมทำลายความมั่นคง เชื่อผู้ว่าฯ จัดการแก้ปัญหาได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย พลตำรวจโท สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อประชุมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ร่วมกับ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชน เพื่อแก้ปัญหากรณีเกิดกระแสข่าว ชาวอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่ในอำเภอปาย และทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนสร้างความเดือด ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นและจำนวนนักท่องเที่ยว
โดยนายอนุทินยังย้ำว่า อำเภอปายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ และให้โอกาสกับผู้คนในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับตนเอง และขยายมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่มีทั้งปัญหาและโอกาส
ส่วนกระแส ข่าวที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลมีเดีย ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สอบถามและติดตามกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งก็ได้รับการยืนยัน อย่างหนักแน่นว่า ข่าวที่ปรากฏออกไปนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง และมีการพูดเกินความเป็นจริงไปมาก และไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแทรกซึมหรือทำลายความมั่นคงในการเข้ามาสร้างชุมชน
และเป็นแหล่งที่พักพิงของชาวต่างประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวบางคนอาจจะใช้เวลาในการพำนักค่อนข้างนานขึ้นอยู่กับวิธีการการท่องเที่ยวของเขาที่อยากจะใช้วันหยุดอย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีผู้ที่เข้ามาลงทุนหรือสร้างถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ แต่ก็ยังได้รับการยืนยันว่า พวกเขายังเคารพกฎหมายและอยู่ในระเบียบปฏิบัติตนไม่เป็นภัยต่อพื้นที่ ยังสามารถที่จะดำเนินชีวิตอย่างปกติได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ตลอดเวลา
นายอนุทิน ยังเชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ว่าปัญหาเหล่านี้ไม่เกินความสามารถของบุคลากรเหล่านี้ และเราก็พร้อมที่จะให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า ข้อมูลที่ตนได้มาได้รับการยืนยันแล้วจากผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจจะมีบางสิ่งที่ไม่ชอบใจกันวัฒนธรรมประเพณี
ทั้งเรื่องวัฒนธรรมประเพณี หรือบุคลิกภาพและข้อจำกัดด้านศาสนา ทำความเข้าใจเป็นสิ่งที่เราต้องไปทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความสบายใจนายอนุทิน ยังบอกว่า ตนและเอกอัครราชทูต ไม่ได้เพิ่งรู้จักกัน รู้จักกันมา 3-4 ปีแล้ว โดยที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนทางการแพทย์ มีความผูกพันธ์ และความสัมพันธ์กันมามากพอสมควร และยืนยันได้ว่า เขามีความหวังดี เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ
ด้าน นางออร์นา ซากิฟ เอกอัคราลทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย กล่าวว่ารู้สึกมีความยินดีเสมอที่ได้ออกมาพบปะกับประชาชนในภูมิภาค และจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย ในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 นั้นนักท่องเที่ยวจากอิสราเอลมาประเทศไทยทุกปีจำนวนประมาณ 200,000 คน จนเพิ่มขึ้นมาเป็น 300,000 คนในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งได้สอบถามนักท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ว่าทำไมถึงมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะไทยมีความปลอดภัย และความสวยงามของประเทศไทยจึงได้ขอร้องว่าขอให้คนไทยอย่าได้ถือโทษและตีตรานักท่องเที่ยวมากนัก เพราะวัฒนธรรมอาจมีอะไรที่แตกต่างจากของไทยไปบ้าง แต่นักท่องเที่ยวอิสราเอลถือเป็นผู้ใช้จ่ายมือเติบ กระเป๋าตุง พร้อมที่จะมาหาความสุขในประเทศไทย หากมีโอกาสก็อยากมาท่องเที่ยวในไทย และสามารถลดความทุกข์ที่เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอลบ้าง
ส่วนศาสนสถานของชาวยิว ในอำเภอปายนั้น ยืนยันไม่ได้เป็นวัดไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับชาวอิสราเอลโดยเฉพาะ แต่เป็นสถานที่ที่ต้องการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา กับนักท่องเที่ยวที่มามาเที่ยวในประเทศไทยซึ่งก็มีความเคร่งในศาสนา เป็นการดำเนินการที่จะต้องโลวโพรไฟล์ที่สุด ทำอย่างภายในที่สุด ซึ่งจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจต่อพี่น้องชาวปายอย่างแน่นอน พร้อมยืนยันจะไม่มีการสร้างมวลชนหรือชุมชนในระยะยาว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews