จู่ๆก็มีกระแสข่าว“ดีลลับบรูไน”ทำนองจะมีการปรับครม.แบบเขี่ยทิ้ง3พรรคร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย(ภท.)รวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)และชาติไทยพัฒนาออก แล้วดึง “พรรคเด็กส้ม”ที่พรุ่งนี้(20ก.พ.)มีคิวที่ปปช.เรียก44ส.ส.ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดี ม.112 เข้ามาแจม
โดยข่าวนี้โผล่มาในปะเหมาะความขัดแย้งพรรคร่วมรัฐบาลกำลังอยู่ในบรรยากาศมาคุระหว่างเพื่อไทยของ “นายกอิ๊งค์”และ “พ่อทักษิณ” กับ ภูมิใจไทยของ “หัวหน้าหนู”และ”ครูใหญ่เนวิน”ที่อารมณ์ค้างกันมาตั้งแต่ศึกเลือกตั้งสนามเล็กนายกอบจ. มาถึงเกม “สภาสีน้ำเงินล่ม”ขวางแก้รัฐธรรมนูญและ ปฎิบัติการตรวจสอบที่ดิน สปก.ที่ไปเฉียด สนามกอล์ฟ“บิ๊กการเมือง”ของ “เด็กผู้กองนัส” ที่คนของ พรรคภท.ฟันธงว่าเป็นเรื่องการเมือง ก่อนเทศกาลซักฟอกที่ฝ่ายค้านพรรคเด็ก-ประชาชนจ่อเตรียมยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลราวปลายเดือนนี้
เป็น “ดีลลับบรูไน”หลังจังหวะ “ทักษิณ” พ่อนายกฯอิ๊งค์ และ ผู้นำจิตวิญญาณเพื่อไทยไปประชุมอาเซียนที่ปรูไน(18-19ก.พ.)หลังจากได้รับอนุญาตจากศาลให้โกอินเตอร์ต่างประเทศต่อเนื่องที่กำลังจะควง “รองนายกอ้วน”ไปดับไฟใต้(23ก.พ.)ที่ปรากฏ มีการออกมา “ปูดข่าว”โดย “ตู่-จตุพร”แกนนำคณะหลอมรวม ที่เกาะติดและตามขยี้ “คนชั้น14”มาตั้งแต่ต้น
โดย “ตู่”มีการโพสFBเมื่อวาน(17ก.พ.) ว่า มีการตั้งข้อสังเกตถึง “ดีลลังกาวี” แล้วมองทะลุให้เห็น “ดีลบรูไน”ในสถานการณ์ประจวบเหมาะกับฝ่ายค้านจะล็อกการอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นอภิปรายฯ นายกรัฐมนตรีคนเดียว หรือมีรัฐมนตรีคนอื่นร่วมด้วย โดยคาดว่าสถานการณ์นี้มีส่วนเชื่อมโยงกับดีลบรูไนเช่นกัน จึงต้องจับตาเฝ้าดูท่ามกลางรัฐบาลที่ง่อนแง่นในขณะนี้ มีข่าวลือว่าจะมีการจัดการกันใหม่ ตั้ง ครม.กันใหม่ โดยเอาพรรครัฐบาลหลายพรรคออกไปคงไว้บางพรรค แล้วจะเอาบางพรรคเข้ามาเสริม ซึ่งสูตรนี้มนุษย์ปกติคิดไม่ได้เพราะทำให้ประชาชนจะคาดหวังใดๆ กับนักการเมืองไม่ได้
โดย “ตู่”บอกด้วยว่า เมื่อรัฐบาลเกิดความขัดแย้ง มีรอยปริแยก และกำลังเจอกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจสิ่งสำคัญคือ ข้อเท็จจริงทางการข่าวด้านลึกของ “ดีลบรูไน”จะเป็นอย่างไร วันหนึ่งความลับย่อมไม่มีในโลก จึงหวังว่าประสบการณ์จากดีลฮ่องกงและดีลลังกาวีที่นำพาสู่ความเสียหายของประเทศในวันนี้ จะได้ตั้งหลักตั้งสติกัน และว่าดีลบรูไนซึ่งจะเป็นใครบ้างต้องรอติดตาม และรอให้มีข่าวปล่อยและภาพหลุดออกมาสู่สังคม ถึงเมื่อนั้นคงตบตาคนไม่ได้ง่ายๆ เสมอไปในบ้านเมืองนี้ หวังว่าดีลบรูไนไม่มีภาพหลุดออกมา ถ้ามีจะส่งผลให้สถานการณ์จบไม่สวย เพราะการคิดข้างเดียวจะจัดรัฐบาลใหม่ เอาพรรคนั้นออกนำพรรคนี้เข้าเสียบร่วมรัฐบาล ก็คงคิดได้ แต่การเล่นเกมแบบนี้จะจบแบบที่เคยจบยิ่งมีภูมิต้านทานที่แย่อยู่แล้ว ย่อมไม่เหลืออะไรเลย มีแต่ความฉิบหายที่เหมือนเดิมอีก
เช่นกันกับ “ไพศาล”อดีตกุนซือรองนายกฯ “ลุงป้อม”ทีโพสFB ถึงความขัดแย้ง2พรรคปมสนามกอลฟ์เขาใหญ่ที่มีปฏิกริยาตอบโต้รุนแรงถึงขั้นด่า “หน้าตัวเมีย”แม้พยายามเกี่ยเซี้ยให้จบแต่ไม่ลงตัว ยังคงมีการเดินหน้าตรวจสอบโดยรมต.กำกับเอง และล่าสุดก็มีข่าวว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี เอา 3 พรรค
ร่วมเดิมออกจากรัฐบาล ข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ที่หนาหูขึ้นในช่วงก่อนเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น เป็นความเสี่ยงทางการเมืองอย่างมาก เพราะเมื่อมีกรณีเช่นนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะมีการยุบสภา ก่อนการยื่นญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจหรือไม่นายกก็เสี่ยงที่จะถูก ลงมติ ขับออกจากตำแหน่ง ตกเก้าอี้เป็นคนแรกในรอบหลายสิบปี
ทั้งนี้ข่าวดังกล่าว แม้คอการเมืองจะวิเคราะห์ว่ายากที่จะเป็นไปได้ที่”ทักษิณ”จะเสี่ยงทำให้เป็นประเด็น “ไฟลุก” แต่ก็มีการเชื่อมโยงกับกระแสการพุ่งเป้าซักฟอกของ “ฝ่ายค้าน”ไปที่พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งภูมิใจไทยและ พรรค รทสช. ที่ก่อนหน้านี้ชื่อของ “พีรพันธ์”ถูกจับตาในการปรับครม.หลายรอบ โดยข่าวลือทิศทางนี้ยังมีการวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนขั้วอำนาจการเมืองด้วยการดึง “พรรคเด็ก-ประชาชน” เข้ามาร่วมแทนและเสริม พรรคประชาชาติ, ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรมและยังมีการพูดถึง สส. บางส่วนจาก พลังประชารัฐ(พปชร.)ที่อาจถูกดึงมาร่วมโดย “ผู้กองนัส” ยังมีการพูดถึงโอกาสที่ “ผู้นำจิตวิญญาณ”ของพรรคคนละขั้ว ที่อาจเดินทางไปคุยกับ “ทักษิณ”เหมือนครั้ง “ดีลอ่องกง”อีกด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews