รัฐสภาล่ม! องค์ประชุมแค่ 204 คน ถกแก้ รธน.ไม่ได้ “วันนอร์” นัดใหม่ 14 ก.พ. หลังเกมพลิก มติ 275 เสียงไม่เลื่อนญัตติส่งศาล รธน.วินิจฉัยด้าน “พท.-ปชป.” โดดหนุน อ้างป้องซ้ำรอย เสียของ ขณะที่ “สว.พิสิษฐ์” ย้ำขอไม่ร่วมสังฆกรรม
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังจากที่ชี้แจงขั้นตอนในญัตติด่วน ขอให้รัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) เสนอโดยนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากกรณีการบรรจุระเบียบวาระญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำนวน 2 ญัตติ ได้แก่ ญัตติของพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย พร้อมเปิดให้ผู้เสนอญัตติชี้แจงเฉพาะหลักการและเหตุผล
โดยนพ.เปรมศักดิ์ ชี้แจงหลักการและเหตุผลญัตติตอนหนึ่งว่า ญัตติดังกล่าว เสนอโดย สส. และ สว. รวม 60 คน โดยเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 นั้นขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 อีกทั้งมองว่า ประธานรัฐสภาไม่สามารถบรรจุเข้าสู่วาระได้ จึงเกิดปัญหาว่ารัฐสภามีอำนาจพิจารณาและลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 4/2564 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีผลยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 แก้ไขหลักการสำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญปกป้อง หากรัฐสภาจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ หากประชามติเห็นชอบจึงจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเมื่อทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเสร็จต้องทำประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่อีกครั้ง
จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ก่อนการเสนอรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภา หลังจากที่รัฐสภาแก้ไขเพิ่มเติม และหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดำเนินการแล้วเสร็จ การที่ประธานรัฐสภาบรรจุก่อนการออกเสียงประชามติ ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐสภาไม่มีอำนาจพิจารณา ขณะที่ผู้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมองว่าทำได้ จึงถือเป็นความขัดแย้งต่ออำนาจและหน้าที่ จึงขอส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่ารัฐสภาสามารถพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ก่อนมีการทำประชามติหรือไม่
ทั้งนี้ ในการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภานั้น พบว่า มีการแบ่งความเห็นเป็น 2 ฝ่าย โดย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ เพราะการบรรจุวาระแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจโดยแท้ของประธานรัฐสภา นอกจากนั้นแล้วสมาชิกรัฐสภายังมีหน้าที่โดยแท้ต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
พร้อมมองว่า เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยืนยันในอำนาจของสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่ยื่นเรื่องถามศาลรัฐธรรมนูญ ที่เชื่อว่าเป็นการขัดต่อการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายตุลาการ ทั้งนี้ หากสมาชิกรัฐสภาไม่กล้าทำหน้าที่ของตนเอง ไม่ต้องเสนอตัวเป็นตัวแทนของประชาชน
ขณะที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนสนับสนุนญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ แต่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของญัตติดังกล่าว เพราะประธานรัฐสภามีอำนาจบรรจุวาระประชุมในการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบกับการทำหน้าที่ก็ดีไป ทั้งนี้ สส. ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล รวมถึง สว. ไม่มีอำนาจชี้ว่าชอบหรือไม่ เมื่อมีปัญหาต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ หากจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญอาจจะมีปัญหาหรือสุญญากาศ ดังนั้นตนเห็นชอบต่อการเลื่อนญัตติดังกล่าว
ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสนับสนุนการเลื่อนญัตติที่เสนอโดย นพ.เปรมศักดิ์ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในประเด็นที่เป็นปัญหา โดยไม่ทำให้การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียของ และซ้ำรอยเหตุการณ์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญเหมือนปี2564
ขณะที่การอภิปรายของ สว. มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่ายเช่นเดียวกัน โดยหลังจากที่มีการอภิปรายแล้วเสร็จ ในเวลา 11.20 น. ได้ลงมติว่าจะเลื่อนญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 3 ขึ้นมาพิจารณา ก่อนการพิจารณาญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยมีมติ เห็นชอบที่จะเลื่อน 247 เสียง ไม่เห็นด้วย 275 เสียง จากนั้น จึงได้เข้าสู่การอภิปรายตามระเบียบวาระต่อไป ทั้งนี้ ประธานรัฐสภาแจ้งว่า ญัตติที่เสนอโดยนพ.เปรมศักดิ์นั้น ยังอยู่ในวาระและจะพิจารณาต่อจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว
อย่างไรก็ตาม นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ที่ก่อนหน้านี้ ได้แจ้งต่อประธานว่า ไม่ขอเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมขออนุญาตลาประชุมได้ลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมอีกครั้งว่า ด้วยเหตุผลที่ไม่มีการเลื่อนญัตติในวันนี้ ตนได้อภิปรายไปแล้วว่าเป็นการประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดกับรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ตนต้องขออภัยประธานฯและที่ประชุม ตนขอออกจากที่ประชุม จากนั้นบรรดา สว.ที่นั่งอยู่ด้วยกันบางส่วนได้พากันลุกออกจากห้องประชุมทันที
ต่อมา เวลา 11.37 น. นพ.เปรมศักดิ์ ได้เสนอญัตติให้ประธานรัฐสภานับองค์ประชุม เพราะมีสมาชิกรัฐสภาวอล์กเอาท์ออกจากห้องประชุมหลายคน จากนั้น ประธานรัฐสภาได้ขอให้มีการแสดงตนปรากฏว่า มีสมาชิกแสดงตนในห้องประชุม 204 คน ไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ประธานรัฐสภา สั่งนัดประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.) เวลา 09.30 น. ก่อนสั่งปิดการประชุมในเวลา 12.04 น.
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews