“ณรงเดช-ปชน.” ติงรัฐบาลใช้ยาแรงแต่ไม่วางแผน ปิดโรงงานหีบอ้อยไร้มาตรการรองรับ แนะแก้ PM2.5 ต้องชัดเจน-ทบทวนสร้างแรงจูงใจลดการเผา
นายณรงเดช อุฬารกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการสั่งปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี จ.อุดรธานี หลังตรวจสอบพบโรงงานเปิดรับอ้อยไฟไหม้ปริมาณมากเกินกำหนดทำให้รถบรรทุกอ้อยตกค้างกว่า 2,000 คันว่า รัฐบาลพยายามโชว์ว่ารัฐบาลใช้ยาแรง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเอาจริงกับการแก้ไขปัญหาการเผาในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นตอของฝุ่น PM 2.5 แต่ปัญหาคือรัฐบาลไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า จึงออกมาตรการรับอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 25% ของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายครั้งนี้ โดยไม่มีมาตรการอื่นๆ รองรับ
สังเกตได้จากการสั่งปิดโรงงานที่ต้องใช้มาตรการจากกฎหมายอื่นของกรมโรงงานอุตสาหกรรมมาดำเนินการ เช่น เรื่องใบอนุญาต หรือเรื่องค่ามลพิษที่ปล่องควัน แทนที่จะเป็นการออกประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเอง เมื่อสั่งปิดแล้วจึงไม่มีมาตรการรองรับอ้อยที่ตกค้างที่โรงงานว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ทั้งอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้
โดยจากข้อมูล น่าสนใจว่าโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานียังเป็น 1 ใน 10 โรงงานน้ำตาลนำร่องตามนโยบายการเฝ้าระวังและป้องปรามการลักลอบเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย แต่โรงงานน้ำตาลแห่งนี้กลับมีสัดส่วนอ้อยไฟไหม้ที่สูงมาก
นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจนของนโยบายรัฐบาลเป็นอีกปัญหาใหญ่ เช่น มาตรการสนับสนุนการตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตันที่เป็นมติของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เรื่องไปถึงฝ่ายเลขา ครม.ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2567 แต่จนถึงตอนนี้ ครม. ยังไม่อนุมัติ
ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ต้นตอ โดยรัฐบาลต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและผลกระทบที่จะเกิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตพรรคก้าวไกลมาถึงพรรคประชาชนเราเสนอให้รัฐบาลทบทวนการสร้างแรงจูงใจแก่ชาวไร่อ้อยเพื่อสนับสนุนการลดการเผาอ้อย เช่นเพิ่มเงินสนับสนุนอ้อยสด หักเงินอ้อยไฟไหม้มากกว่า 30 บาทต่อตัน และจะต้องมีบทกำหนดโทษโรงงานที่ไม่สามารถลดอ้อยไฟไหม้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เช่น มีการถูกปรับลดโควตาน้ำตาล เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของเกษตรกร เจ้าของรถตัดอ้อย และโรงงานน้ำตาล เพื่อให้สามารถลดการเผาอ้อยได้อย่างมีประสิทธิผล โดยไม่กระทบกับรายได้ของพี่น้องเกษตรกร แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่มีการประกาศมาตรการให้ชัดเจนล่วงหน้าจนเกิดปัญหาเช่นนี้ แม้ล่าสุดเย็นวันนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานีจะอนุญาตให้โรงงานน้ำตาลแห่งนี้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง แต่สิ่งที่ชาวไร่อ้อยต้องการมากที่สุด คือความชัดเจนเรื่องมาตรการลดการเผาอ้อยและการสนับสนุนอ้อยสด ที่รัฐบาลควรจะประกาศให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุดรวมถึงเร่งจ่ายเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสดที่รัฐบาลยังค้างจ่ายจากปีการผลิตก่อนๆ ให้แก่ชาวไร่อ้อยด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews