Home
|
ทั่วไป

กทม.พร้อมรับผู้ป่วยโควิด

Featured Image
ผู้ว่าฯ กทม. แจ้งประชาชนหากยืนยันผลติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีเตียงในโรงพยาบาล ให้โทรแจ้งสายด่วน 1668 ,1669 หรือ 1330 เพื่อเข้ารับการรักษา

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเตียงในโรงพยาบาล เพื่อรองรับการนอนพักรักษาตัวสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเน้นย้ำช่องทางในการติดต่อสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีเตียงนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ผ่านสายด่วนกรมการแพทย์ 1668 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 1669 หรือสายด่วน สปสช.1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อจะต้องแยกตัวเองจากผู้อื่นเป็นเวลา 10 วัน จากรายงานการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า เชื้อที่อยู่ในตัวผู้ติดเชื้อมีความสามารถในการแพร่สู่ผู้อื่น ภายในระยะเวลา 10 วัน เท่ากับว่าหลัง 10 วันเชื้อจะหมดความสามารถในการแพร่ แต่ยังสามารถอยู่ในตัวผู้ติดเชื้อได้ ซึ่งคำแนะนำคือสวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาด และเว้นระยะห่าง

กทม.พร้อมรับผู้ป่วยโควิด

กรณีอยู่บ้านกับครอบครัวใหญ่ ควรปฏิบัติตัว เช่น แยกห้องนอนออกจากคนอื่นในบ้านให้เป็นสัดส่วน ไม่กินอาหารร่วมกับผู้อื่นในบ้าน แยกขยะ, แยกห้องน้ำ หากไม่สามารถแยกห้องน้ำได้ ให้ผู้ติดเชื้อใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย และล้างห้องน้ำทุกครั้งหลังใช้ จุดที่ควรระวังมากเป็นพิเศษคืออ่างล้างหน้าและโถปัสสาวะ กรณีอยู่บ้านคนเดียว หรือคอนโด ใช้ชีวิตได้ตามปกติภายใน บ้าน ใช้บริการเดลิเวอรีได้ แต่ต้องใส่หน้ากาก หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับพนักงานที่มาส่ง และล้างมือบ่อย ๆ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คอนโด ควรแจ้งนิติบุคคล หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ส่วนกลางเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ให้ทุกคนในอาคารใส่หน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง เจ้าหน้าที่นิติบุคคลให้เตรียมมาตรการและแจ้งลูกบ้านให้ระมัดระวัง ฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณส่วนกลาง รวมถึงการจัดการขยะติดเชื้อ

นอกจากนี้ กทม. ได้ดำเนินการเตรียมพร้อมเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลสังกัด กทม. รวมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลโรงแรม (Hospital) เพิ่มเติม

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube