เซ็ง! ทองร่วง

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว

 

 

 

อกสั่นขวัญแขวนอยู่ไม่น้อยสำหรับราคาทองคำในห้วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2567 เพราะประเดิมเปิดตลาดวันแรกของเดือน ราคาก็ปรับลงทันที และเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ราคาทองก็ร่วงลงไป 350 บาทต่อบาททองคำตั้งแต่เปิดตลาด โดยที่ระหว่างวันปรับขึ้นลงรวม 12 ครั้ง

 

 

 

ล่าสุด ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม ราคายังปรับลงต่ออีก 100 บาทต่อบาททองคำ ทองคำแท่ง รับซื้อ 42,400 บาท ขายออก 42,500 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ 41,629 บาท 36 สตางค์ ขายออก 43,000 บาท ขณะที่ราคาทองโลก หรือ GOLD SPOT อยู่ที่ 2,633.50 ดอลลาร์/ออนซ์

 

 

สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.คุยกับนายกสมาคมค้าทองคำ “นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” ถึงปัจจัยลบที่กดดันราคาทองคำ โดย “นายจิตติ” กล่าวว่า ช่วงนี้เหล่าบรรดากองทุนเข้ามาเก็งกำไรสร้างกระแส ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2568 ส่งผลทำให้ราคาทองผันผวนเป็นอย่างมาก

 

 

“ตอนนี้ผมว่าพวกกองทุนเก็งกำไร มันถือโอกาสที่ยังไม่ชัดเจนเพราะว่าทรัมป์จริงๆจะรับตำแหน่งคือวันที่ 20 มกรา เพราะฉะนั้นช่วงนี้เป็นช่วงว่างอยู่ มีโอกาสที่จะสร้างกระแส เพราะฉะนั้นช่วงนี้จะสวิงๆอาจจะมีโอกาสลงมาอีก เพราะฉะนั้นก่อนที่จะรับตำแหน่งคิดว่าคงขึ้นๆ ลงๆ ยังไม่นิ่ง”

 

“นายจิตติ” กล่าวย้ำว่า แต่ถึงอย่างไร ราคาทองมีโอกาสเด้งขึ้นหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ขอเตือนว่า การเก็งกำไรในรูปแบบ Gold Futures ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน

 

 “เค้ามองว่าถึงทรัมป์จะมา ถึงจะมีนโยบายอย่างไร ก็คิดว่าคงไม่นิ่ง คงราคาทองคิดว่าโอกาสที่จะขึ้นมา ก็ยังมีอยู่ถ้ามองระยะยาว แต่ช่วงนี้คือลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น พวก Gold Futures ต้องระมัดระวังเพราะว่าก็มีโอกาสที่จะลงมา แต่คิดว่ามองระยะยาวก็โอกาสขึ้นมาก็ยังมี”

 

นอกจากนี้ นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวอีกว่า รู้สึกใจหายที่ราคาทองปรับลง โดยเฉพาะนักลงทุนที่เล่นมาร์จิ้น มีโอาสที่จะผิดพลาดได้ ดังนั้น การลงทุนทองคำต้องใจเย็นๆ ซึ่งปีหน้าราคาทองจะขึ้นอีก

 

 

“ใจหายสิ ถ้าลงทุน ถ้าไม่ใช่เงินทุนจริงๆ ไปเล่นจ่ายมาร์จิ้น ไปเล่นหนักๆ ก็มีโอกาสที่จะผิดพลาด ใจเย็นๆลงทุนเป็นระยะยาว ยังไงปีหน้าทองมันก็ต้องขึ้น คนที่มีเงินเย็นๆซื้อไว้เป็นการลงทุนระยะยาวช่วงนี้เป็นจังหวะดี ที่เข้าลงทุนได้ แต่ว่าถ้าซื้อทองจริงๆซื้อไปแล้ว มันลงมา เราก็เก็บไว้ยังไม่ขาย เพราะเงินเราเอง ไม่ได้ไปกู้มา ไม่ได้ไปยืม ก็ไม่เป็นไร”

 

 

ด้าน “นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG กล่าวว่า แม้ว่าราคาทองคำในช่วงนี้จะเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัว Sideway ซึ่งเป็นผลมาจากการเทขายทำกำไรหลังจากที่ปลายเดือน ต.ค. ได้ปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 2,790 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

 

 

นอกจากนี้ยังเป็นการรับรู้ข่าวนโยบายการสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่กลับมาแข็งค่าจากปัจจัยบวกด้านนโยบายของทรัมป์ เช่น การตั้งกำแพงภาษีนำเข้า

 

 

อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์จากธนาคารชั้นนำหลายแห่งยังคงให้น้ำหนักทองคำในปีหน้าว่าจะมีโอกาสขึ้นไปที่ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และประเด็นเรื่องการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก สนับสนุนให้ทองคำยังคงได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าระยะสั้นจะสลับมาแกว่งตัวสร้างฐานบ้าง ซึ่งต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน” และตะวันออกกลาง

 

 

ขณะที่ “นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด เคยกล่าวกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ถึงทิศทางราคาทองคำในช่วงเดือนธันวาคมไว้อย่างน่าสนใจ โดย “นพ.กฤชรัตน์” กล่าวว่า ราคาทองจะเคลื่อนตัวธรรมดาโดยไม่ทำ All Time High แล้ว

 

 

จากนี้ต่อไปจะต้องติดตามปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อราคาทองทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะทุกการเคลื่อนไหว ย่อมส่งผลต่อการปรับขึ้นลงของราคาทองที่เชื่อมโยงกับความมั่งคั่งของนักลงทุนนั่นเอง

 

 


 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews