ส่งศพเหยื่อบัสไฟไหม้พิสูจน์อัตลักษณ์ รพ.ตำรวจ คาด 7 วันรู้ผล

อาชญากรรม ข่าว

 

 

 

นิติเวช รพ .ตร.เปิดศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหตุไฟไหม้รถบัสนักเรียน วอนพ่อแม่สายตรงจัดเก็บDNAไว้ตรวจยืนยัน คาดไม่เกิน7วันส่งมอบได้ครบ

 

 

 

พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยว่า สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ได้เปิดศูนย์ปฎิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต หน้าอนุสรณ์สถาน จ.ปทุมธานี ว่าขณะนี้สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้แล้ว 5 ราย แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้

 

เนื่องจากสภาพศพถูกไฟไหม้เกรียม ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างทยอยค้นหาเพื่อนำร่างออกจากรถคันดังกล่าวซึ่งยังไม่สามารถสรุปจำนวนที่ชัดเจนได้ โดยร่างที่นำออกจากรถได้แล้ว ก็จะทยอยนำส่งมาที่นิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

 

ส่วนการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องรอให้พนักงานสอบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุก่อน โดยเฉพาะต้องนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาให้ได้ก่อน จากนั้นพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ก็จะเข้าไปทำการตรวจ สภาพรถ และการติดตั้งระบบเชื้อเพลิง เพื่อนำมาประกอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 

ด้าน พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร.กล่าวว่าสำหรับขั้นตอนการผ่าพิสูจน์เบื้องต้น ทราบว่าสภาพศพถูกไฟไหม้เกรียมทำให้ยากต่อการตรวจพิสูจน์ ทางทีมแพทย์จึงเน้นไปที่การตรวจเลือด เนื้อเยื่อ กระดูก

 

เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สามารถเก็บดีเอ็นเอเพื่อตรวจเทียบเคียงกับญาติ โดยตัวอย่างดีเอ็นที่เก็บจากเลือด จะทราบผลได้ภายใน1วัน แต่หากเป็นเนื้อเยื่อจะทราบภายใน 3 วัน ส่วนกระดูกจะทราบใน 7 วัน ดังนั้นญาติที่จะมาเก็บดีเอ็นเอ ขอให้เป็นญาติสายตรง เช่น พ่อแม่ หรือพี่น้องสายเลือดเดียวกัน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจพิสูจน์

 

นอกจากนี้ ทางนิติเวช รพ.ตร.ได้ประสานกระทรวงสาธารณสุขนำทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตในภาวะวิกฤตหรือ MCATT มาประจำที่ ศูนย์ปฎิบัติการ ฯเพื่อพูดคุยเยียวยาจิตใจกับผู้ปกครองหรือญาติที่มาติดตามความคืบหน้า โดยจัดห้องประชุมชั้น 3 ไว้รองรับ

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews