สายไหมต้องรอด พาสาวผู้เสียหาย ตามคดีเอาผิดอดีตแฟนหนุ่มไฮโซทําร้ายจนแขนหัก หลังขอยุติความสัมพันธ์ ขณะที่ฝ่ายชายขอโทษพร้อมรับผิดทุกอย่าง
วันนี้(9 ก.ค. 67) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา น.ส.คิว อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย เดินทางมายัง สน.มักกะสัน เพื่อติดตามคดีที่ถูกแฟนหนุ่มไฮโซทําร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสจนแขนหัก
น.ส.คิว ผู้เสียหาย เล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ที่คบหากับ นายชีพ มักจะถูกทําร้ายร่างกายมาโดยตลอดทั้งตบ ต่อยหน้า จิกหัว ส่วนตัวรู้ว่าอดีตแฟนไม่ใช่คนปกติ ซึ่งเคยพาไปรักษาแล้ว แพทย์ระบุว่า “ป่วยซึมเศร้าเรื้อรัง” และทุกครั้งที่ถูกทําร้ายอดีตแฟนมักอ้างว่าควบคุมตัวเองไม่ได้และขอโทษทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ซึ่งตนก็ให้อภัยทุกครั้ง เพราะอดีตแฟนมักเล่าให้ฟังว่าเขาไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว และตอนเด็กทักจะเห็นคนในครอบครัวทําร้ายร่างกายกันมาโดยตลอด จึงคิดว่าเป็นวิธีแก้ไขปัญหา
กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา น.ส.คิว ระบุว่า ตนทนพฤติกรรมความรุนแรงไม่ไหว จึงเลือกที่จะขอยุติความสัมพันธ์ ซึ่งทำให้นายชีพรู้สึกโมโหจึงลงมือทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ทั้งตบหน้า บีบคอ เตะ ต่อย จนแขนซ้ายหัก อีกทั้งยังขว้างกรรไกรมาหาตน แต่โชคดีที่ไม่โดน ซึ่งหลังเกิดเรื่องตนได้แจ้งให้ครอบครัวฝ่ายชายทราบ แต่ครอบครัวฝ่ายชาย ก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติที่จะกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดาของชีวิตคู่ อีกทั้งยังพูดในลักษณะข่มขู่ว่าหากไปแจ้งความ ก็จะใช้เส้นสายแจ้งความกลับเช่นเดียวกัน จึงทำให้ตนรู้สึกกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด
ด้านนายเอกภพ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยในเบื้องต้นรู้สึกเห็นใจทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งที่ผู้ชายทำนั้นไม่ถูกต้อง และด้วยความที่ครอบครัวฝ่ายชายเป็นไฮโซและอ้างว่ารู้จักกับคนใหญ่คนโตจึงทำให้ผู้เสียหายกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้ตนต้องเข้ามาช่วยเหลือในเคสนี้ เพื่อให้เห็นว่าทุกคนอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเดียวกัน
โดยหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ น.ส.คิวได้ขึ้นไปยังห้องศูนย์ปฏิบัติการของ สน.มักกะสัน เพื่อพูดคุยกับฝ่ายชายและครอบครัว ซึ่งทางคุณพ่อของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษส่วนจะรับคําขอโทษหรือไม่ก็ไม่เป็นไร ส่วนตัวมั่นใจว่าเลี้ยงลูกมาอย่างดีที่สุด มีอะไรก็พยายามห้ามปรามลูกชายตลอด
ซึ่งหลังเกิดเรื่องที่มีการคุยกันและอาจทําให้เข้าใจว่าไปข่มขู่นั้นต้องขอโทษจากใจจริง เพราะตอนแรกได้ยินมาว่าลูกถูกแทง ในส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลยินดีช่วยเหลือทั้งหมด “ขอโทษ จากใจจริง” ขณะที่ฝ่ายชาย ผู้ก่อเหตุ ระบุว่า ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยอมรับว่าทําไปด้วยอารมณ์ หลังจากนี้จะไม่ไปยุ่งหรือทําร้ายอะไรอีก พร้อมยอมรับผิดทุกอย่าง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews