“ทนายอั๋น” ร้อง สอบปมขบวนการฮั้ว สว.

อาชญากรรม ข่าว

 

 

“ทนายอั๋น” ร้อง “DSI” สอบปมขบวนการฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ ลั่น ไม่เชื่อมั่น กกต. เพราะไม่มีความกล้าหาญ

 

วันนี้ (9 ก.ค. 67) ที่ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้พิจารณารับเรื่องการเลือกตั้ง สว. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. เป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับเรื่อง

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนมายื่นหนังสือเพื่อขอให้อธิบดีดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบในกรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพราะในปัจจุบันนี้เรื่องราวได้บานปลายไปแล้ว ต้องยอมรับว่าวิธีการเลือกตั้งวุฒิสภาในครั้งนี้มันไม่สุจริต มีการโกงผ่านรูปแบบต่างๆ และประการสำคัญตนมีอยู่ 3 ประเด็น คือ

 

1.กกต. ยังคงนิ่งเฉยไม่ดำเนินการอะไร ไม่ตอบปัญหาและคำถามของสังคมและผู้ร้องเรียน แต่กลับพยายามจะให้เกิดการรับรอง สว. ทั้ง 200 ราย ทั้งที่ยังมีข้อเคลือบแคลงใจสงสัยของประชาชน

 

2.หลักฐานเรื่องของโพยในห้องน้ำ มันสอดคล้องกับคะแนนเลือกตั้ง

 

3.ปรากฏคลิปวิดีโอการสนทนาว่าฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง ตนจึงเล็งเห็นว่าดีเอสไอเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นการเลือกตั้งให้ได้มาซึ่ง สว. ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ โดยได้มาชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการทำลายความมั่นคงของรัฐ และเศรษฐกิจสังคม หากว่ากันตามตรง คือ ในการเลือกตั้ง สว. มีผู้มีอิทธิพลและบารมีทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง จึงมองว่าเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานธรรมดาอาจจะรับมือไม่ไหวตนจึงมาร้องเรียนให้ดีเอสไอเข้ามาช่วยตรวจสอบ หากพบว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังควรที่จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโพยที่เกิดขึ้นหากดูตามตัวกฎหมายการเลือกตั้ง สว. มันจะต้องเป็นความลับ แต่การถือไป เขียนชัดเจนเช่นนั้น มันคือการบอกให้รู้กันแล้วลงคะแนนเสียงเลือก หากถามว่าทำไมตนจึงไม่ปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา มีการรับรองโดย กกต. แล้วค่อยสอยทีหลังนั้น ตนขอถามกลับว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ผ่านมา มี กกต. สอยพระเดชพระคุณไปกี่คนแล้ว แต่เพราะว่าไม่มี ตนจึงไม่เชื่อมั่น กกต. เพราะเป็นหน่วยงานที่ไม่มีความกล้าหาญขนาดนั้นจึงต้องมาพึ่งพาดีเอสไอ

 

นอกจากนี้ ตนยังขอให้ดีเอสไอดำเนินการเรียกพยานหลักฐานจาก กกต. และเรียกบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว. มาดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่ประชุมวุฒิสภาจะมีการแต่งตั้ง กมธ. ตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. แต่ปรากฏว่ามีการคัดค้านว่าไม่ควรมีหน่วยงานอื่นมาแทรกแซงอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระนั้น ตนไม่มีความเชื่อมั่น สว. ชุดเดิม เพราะไม่ใช่พวกของตน ไม่ใช่ทีมเดียวกับตน หากเขาคิดว่าอยากจะทำเพื่อวัตถุประสงค์อะไร หาก สว. ชุดเก่าทำเพื่อต้องการอยากเห็น สว. ชุดใหม่ ภายใต้ รธน.60 ที่มีที่มาโดยชอบ ตนก็จะสาธุโมทนาด้วย แต่อย่ากระทำเพื่อยื้ออำนาจตัวเอง

 

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกด้วยว่า จากการที่ตนไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ทำให้ได้รับเอกสารพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากกลุ่มที่รับทราบถึงกระบวนการฮั้ว สว. ซึ่งมันสอดคล้องกันเหมือนกลุ่มรูปแบบผลประโยชน์ทางการเมือง และมีบางพรรคการเมืองที่คนในพรรคมีการไปแนะนำตัว ส่งประกาศข้อความ และเมื่อไปตรวจสอบดูเชิงลึกก็พบว่าเคยเป็นอดีตผู้สมัคร มีลักษณะการให้ผลประโยชน์โดยการกระจายเงินอีกด้วย

ทั้งนี้ หาก กกต. มีการประกาศรับรอง สว. ชุดใหม่นี้ มันจะเกิด 2 ปรากฏการณ์ คือ 1.วันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 10.00 น. จะมีการนัดรวมตัวที่ กกต.กลาง ของอดีตผู้สมัคร สว. ทั่วประเทศ และ 2.จะมีการแจ้งความดำเนินคดี มาตรา 157 ทั่วประเทศ ทั้งนี้ แม้การเลือกตั้ง สว. จะมีหลายเฉด ได้เข้ามา แต่ที่ตนเห็นมีอยู่สีเดียว และตนไม่อยากให้ สว. อยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ

 

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่นายภัทรพงศ์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้พิจารณารับเรื่องการเลือกตั้ง สว. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. เป็นคดีพิเศษนั้น ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปสามารถยื่นคำร้องได้ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการรับคำร้องไว้ จากนั้นเลขานุการกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะประมวลเรื่องและส่งไปยังกองบริหารคดีพิเศษ ถัดไปจะประมวลเรื่องเพื่อเสนอไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อไปตามขั้นตอน เพื่ออธิบดีฯ จะได้พิจารณาว่าจะมอบหมายสั่งการไปยังกองคดีใดให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องพยานหลักฐานหรือพยานเอกสารที่ผู้ร้องทุกข์ได้นำมามอบให้กับดีเอสไอนั้น เราก็จะต้องไปตรวจสอบรายละเอียดภายในเอกสารคำร้องก่อนว่าผู้ร้องได้มีการระบุอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่ว่าดีเอสไอจะสามารถเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือเรียกพยานเอกสารเพิ่มเติมตามที่ผู้ร้องทุกข์เสนอได้หรือไม่นั้น หากทางดีเอสไอพิจารณาแล้วเล็งเห็นว่าเรื่องที่ผู้ร้องสมควรรับดำเนินการไว้ ดีเอสไอก็จะมีการตั้งเรื่องเพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าดีเอสไอไม่เป็นข้อกังวลใจใช่หรือไม่ หากจะรับดำเนินการ เนื่องจากผู้ร้องได้มีการระบุพาดพิงว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “สว.สีน้ำเงิน” พ.ต.ต.วรณัน เผยว่า ดีเอสไอต้องดูตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย ไม่มีอะไรต้องกังวล

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews