บิ๊กเต่า เตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องคดีเรือบรรทุกน้ำมันของกลางหายสัปดาห์หน้า 4-5 ราย พร้อมตรวจสอบเจ้าหน้าที่เข้าข่ายทุจริตด้วยหรือไม่
วันนี้ (24 มิ.ย 67) พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบรายละเอียดในคดีที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าข่ายบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่สืบเนื่องกับคดีการกลุ่มเรือค้าน้ำมันเถื่อนและคดีขโมยเรือของกลางบรรทุกน้ำมัน รวมถึงแชทสนทนาต่างๆ ที่ปรากฏตามสื่อมวลชน
ยืนยันว่า การตรวจสอบนั้นทางตำรวจ บก.ปปป. และตำรวจน้ำได้ตรวจสอบหลายมิติทั้งการนำข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของตำรวจจำนวน 9 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วงที่เรือหายไปให้ ปอท.ตรวจสอบ และกองปราบวิเคราะห์ว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องบ้าง นอกเหนือจากการกระทำผิดตามมาตรา 157 คาดว่าวันจันทร์จะมีความชัดเจนว่า มีตำรวจที่ร่วมกันเจตนาทุจริตหรือไม่
โดยสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เข้าข่ายละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตั้งสมมติฐานกรณีเดียวกับคดีของกำนันนกซึ่งเจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุได้หลบหนีไป ไม่ปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ โดยหากยืนยันได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป เบื้องต้นตำรวจสามรายที่เข้าข่าย 157 แต่ ไม่ถึงกับต้องออกหมายจับ
ส่วนตำรวจ ผกก น. รอง ผกก ส. ที่อาจเกี่ยวข้องกับการจ่ายส่วยนั้นจะให้ บก.ปปป.เป็นผู้ตรวจสอบและให้ได้ข้อสรุปภายในวันจันทร์หน้า ยืนยันจะดำเนินการกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยอมรับว่าข้อมูลในเชิงลึก พบมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ระดับผู้บริหาร 3-4 คนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์แต่ไม่มีหลักฐาน ซึ่งก็อยากได้ข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้เช่นกัน
สำหรับข้อมูลของเสี่ยโจ้ ปัตตานีนั้น การเดินทางการสืบสวนทราบอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และ เป็นบุคคลสองสัญชาติ โดยมีสัญชาติกัมพูชาด้วย และได้ประสานเรื่องการออกหมายจับสากลแล้ว คิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก กรณีเรือหาย ที่มีเส้นทางเดินเรือไปยังกัมพูชา ก็ต้องเกี่ยวข้องกับเสี่ยโจ้ที่อยู่กัมพูชาแน่นอน ยืนยันมั่นใจในพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมมากพอสมควรเพื่อขอออกหมายจับได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอุปสรรคในการทำให้คดีล่าช้า
ด้านพันตำรวจเอกเอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า ได้ขยายผลกับผู้ที่เกี่ยวข้องสองส่วนคือ คดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรือน้ำมันเถื่อนซึ่งฝ่ายสืบสวนกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานทำรายงานการสืบสวนส่งไปยังพนักงานสืบสวนของปอสอและพนักงานอัยการ ที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้พิจารณาในการ และส่วนคดีเรือหาย คาดว่ารายงานการสืบสวนทั้งสองคดีจะเสร็จในระยะเวลาใกล้เคียงกันเนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกลุ่มเดียวกันและมีการกระทำผิดที่ต่างกัน
ทั้งนี้ ในคดีเรือหาย เบื้องต้น จากการสืบสวนยังไม่พบข้อมูลหลักฐานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง นอกจากกลุ่มลูกเรือและไต๋เรือ ซึ่งเป็นเรื่องของเอกชนโดยตรง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องการออกหมายจับเสี่ย จ.จาน และพลเรือนที่เกี่ยวข้องอีก 4-5 ราย
ส่วนเรือที่รับถ่ายน้ำมันจากเรือทั้ง 3 ลำนั้นยอมรับว่าติดตามยาก แต่มีข้อมูลเจ้าของเรือ และคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และข้อมูลเรือลำดังกล่าว (k-9) เป็นของเสี่ยโจ้ ส่วนผู้ที่โทรศัพท์มาหาให้นำเรือไปถ่ายน้ำมันนั้นมีข้อมูลแล้วแต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews