“อัจฉริยะ” ร้องเอาผิด “นายตำรวจ” เรียกรับเงิน 1.2 ล้าน อ้างช่วยปลดอายัดเงิน 8 ล้านจากบัญชีธนาคาร 3 บริษัท ถูกกล่าวหา เอี่ยวเว็บพนัน แต่ทำไม่ได้และไม่คืนเงิน
วันนี้ (11 ส.ค.69 ) ที่สน.นางเลิ้ง เวลา 10.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อ ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญา กับ นายตำรวจ ยศ พล.ต.ต. เป็น อดีต ผบก.สืบสวนสอบสวน ภาค 2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณปลายปี 2567 ทางผู้ว่าจ้างตนเอง ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของบริษัท 3 บริษัทได้ถูกชุด กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 ได้มีการทำรายงานสืบสวนไปอายัดบัญชีที่ สภ.เมืองชลบุรี ซึ่งทั้ง 3 บัญชีของบริษัททั้ง 3 บริษัท มีเงินสดฝากอยู่ในธนาคารจำนวน 8 ล้านบาท โดยอ้างว่ามีส่วนพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์
ซึ่งทางบริษัท ได้มีการประสานงานไปยังพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองชลบุรี ก็ทราบว่าเป็นชุดสืบสวนของ นายตำรวจ ยศ พล.ต.ต. ซึ่งตนเอง รู้จักกับ นายตำรวจคนนี้ จึงได้มีการสอบถามว่า ในเคสนี้เขาทำผิดอะไร แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง ถึงจะสามารถปลดอายัดบัญชีได้ ทาง นายตำรวจท่านนี้ ยืนยันว่า สามารถทำได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งก็มีการเรียกค่าใช้จ่ายรอบแรก จำนวน 6 แสนบาท
ตนเองจึงได้ ติดต่อไปยังผู้ว่าจ้าง เขาก็ยินดีที่จ่ายให้ ก็จึงมีการนัดกันประมาณเดือนมกราคม 2568 มีการส่งมอบเงินกันที่ร้านอาหาร แห่งหนึ่ง ใกล้สนามมวยราชดำเนิน โดยนายตำรวจรายนี้ ได้เดินทางมารับเงิน จำนวน 6 แสนบาท ด้วยตนเอง ซึ่งเราก็มีพยานบุคคล และมีหลักฐานต่างๆ ที่ยืนยันว่าตํารวจคนดังกล่าวได้ มารับเงินสดจำนวน 6 แสนบาทไปจริง

หลังจากที่รับเงินไปแล้วประมาณ 10 กว่าวัน ทางเราก็ทวงถามไปว่าจะสามารถดําเนินการปลดอายัดบัญชีได้เมื่อไหร่ นายตำรวจคนดังกล่าว อ้างว่า มีปัญหา เกี่ยวกับเอกสารของธนาคาร และอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม จึงเรียกเงินเพิ่มาอีก 6 แสนบาท ทางบริษัทผู้ว่าจ้างจึงขอแบ่งการชําระเป็น 3 งวด
ครั้งที่ 1 ตนเองเอาไปมอบให้ 2 แสนบาท โดยผ่านนายเวร ของนายตำรวจคนนี้ ต่อมาอีก 2 ครั้งก็ทางผู้ว่าจ้าง ได้ให้ตัวแทนเอาไปฝากไว้ที่นายเวรเช่นเดียวกัน รวมแล้วเป็นเงิน ที่มอบให้นายตำรวจท่านนี้ จำนวน 1.2 ล้านบาท หลังจากนั้นก็มีการทวงถามมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่มีการปรับอายัดบัญชี ธนาคารให้กับบริษัททั้ง 3 แห่ง
จนกระทั่ง นายตำรวจท่านนี้ ย้ายมาอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วตนเองทราบว่าทางพนักงานสอบสวน ชุดที่ทำคดีดังกล่าว ก็ย้ายออกจากพื้นที่เมืองชลบุรี ไปแล้ว จึงทำให้รู้ว่าไม่มีการดำเนินการขอปลดอายัดบัญชี ใดๆให้เลย
นายอัจฉริยะ ยังกล่าวด้วยว่า เคยบอกนายตํารวจท่านนี้ไปแล้วว่า ถ้าหากว่าช่วยไม่ได้ ก็ควรจะต้องเอาเงินมาคืน เพราะได้แจ้งไปแล้วว่า ถ้าหากเขาทำผิดก็ดำเนินคดีตามกฎหมายไป ซึ่งเหตุตั้งแต่ปลายปี 2567 จนถึงวันนี้ ก็ทราบว่ายังไม่มีการดำเนินคดีกับใครเลย แล้วเงินก็ยังถูกอายัดอยู่จำนวน 8 ล้านบาท ทางผู้เสียหาย จึงมอบอำนาจให้ตนเองมาดำเนินคดี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news