นายกฯหารือปธน.ฝั่งเศส เชิญเยือนไทยเป็นทางการ

การเมือง ข่าว

 

 

 

นายกฯ ร่วมหารือ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส สองฝ่ายพร้อมกระชับความสัมพันธ์รอบด้านอย่างแน่นแฟ้น เชิญเยือนไทยเป็นทางการฉลองครบรอบ 340ปี

 

 

ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส Palais de l’Elyse นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพบหารือกับบนายเอมานูแอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

 

 

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศฝรั่งเศสเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการประเทศแรกในยุโรป พร้อมขอให้ฝรั่งเศสประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อน 2024 หวังว่าฝรั่งเศสจะสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งสถานที่ฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาไทย รวมถึง Thai House ที่ไทยวางแผนจะจัดแสดงมวยไทย แฟชั่น และอาหารไทย โอกาสนี้ นายกฯ ยังได้กล่าวเชิญ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เยือนไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 340 ปีของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2569

 

นายกรัฐมนตรี ได้ทราบถึงแผนฟื้นฟู France Relance ของฝรั่งเศสที่ต้องการเป็นประเทศแรกในยุโรปที่บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 ซึ่งไทยเองก็มีแผนองค์รวมที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2568 เช่นกัน พร้อมขอให้ฝรั่งเศสและสหภาพยุโรปพิจารณาจัด “ช่องทางสีเขียว green lane” สำหรับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

เพื่อเป็นมาตรการเตรียมพร้อมในขณะที่การเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปยังดำเนินอยู่ โดยนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเชิญชวนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ฝรั่งเศส โดยเฉพาะ EV และแบตเตอรี่ รวมถึงภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสีเขียวของไทย

 

ด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีที่บริษัทไทยขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในฝรั่งเศสจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี หวังว่าฝรั่งเศสจะอำนวยความสะดวกต่อการลงทุนของไทยในอนาคต รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าแก่นักธุรกิจไทย และพร้อมเชิญชวนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค โครงการ Landbridge และตามวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND” ที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำระดับภูมิภาค ยกระดับประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับโลก

 

 

ใน 8 ภาคส่วน ได้แก่ การท่องเที่ยว สุขภาพและการแพทย์ เกษตรกรรมและอาหาร การบิน โลจิสติกส์ การผลิตยานยนต์ในอนาคต เศรษฐกิจดิจิทัล และการเงิน โดยนายกรัฐมนตรีได้พบและเชิญชวนบริษัทเอกชนชั้นนำของฝรั่งเศสหลายภาคส่วน จึงหวังที่จะได้รับการสนับสนุนจากปธน. ฝรั่งเศสด้วย

 

ในด้าน soft power และแฟชั่น ไทยหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างสถาบันอาชีวศึกษาไทยและ the Duperr? School of Applied Arts ในการแลกเปลี่ยนครูและนักเรียนระหว่างกันเพื่อพัฒนาโครงการด้านการออกแบบแฟชั่นและผ้าไหมไทย โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะและเทคโนโลยี พร้อมเชิญชวนร้านแฟชั่นและอัญมณีฝรั่งเศสเข้ามาจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงจากในท้องถิ่นของไทย หวังว่าจะได้เห็นผลงานนักออกแบบชาวไทยที่งาน เช่น Paris Fashion Week

 

ทั้งนี้ไทยเชื่อมั่นในเทคโนโลยีการป้องกันประเทศของฝรั่งเศส จากการเป็นพันธมิตรมาอย่างยาวนาน ในขณะที่อุตสาหกรรมการบินของไทยได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์สำหรับเฮลิคอปเตอร์แอร์บัสในจังหวัดลพบุรี ไทยหวังที่จะเดินหน้าความร่วมมือนี้ ขอเชิญชวนให้ฝรั่งเศสมาร่วมลงทุนเพื่อเป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาค หรือศูนย์ซ่อมบำรุงรักษาขั้นสูงสำหรับบริษัทป้องกันประเทศชั้นนำของโลก

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ประธานาธิบดีพิจารณาผลักดัน เรื่องการขอยกเว้นการตรวจลงตราเชงเกนให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยเพื่อเพิ่มการติดต่อระหว่างบุคคลและผู้ประกอบการไทยและฝรั่งเศส เนื่องจากปีหน้า 2568 จะเป็นปีสำคัญที่รัฐบาลเปิดศักราชการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลได้เตรียมการไว้หลายหลายด้านเพื่อรองรับกิจกรรมนี้เช่นการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง ทางด้านท่าเรือและโครงการใหญ่ของรัฐบาลโครงการ Landbridge ซึ่งจะส่งเสริมการเชื่อมต่อเดินทาง

 

นอกจากนี้เชื่อมั่นว่าการยกเว้นการตรวจลงตราจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้เอกชนฝรั่งเศสไม่ว่าจะเป็นด้านแฟชั่นซึ่งรัฐบาลได้พูดคุยกับภาคเอกชนให้แลกเปลี่ยนการจัดกิจกรรม Pop up Store ส่งเสริมการขาย กิจกรรมที่เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งได้พูดคุยกับบริษัทมิชลิน และกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดนิทรรศการระดับโลก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับ Formula และ Art Basel

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews