Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

6 รมต. เกรดเอ สอบผ่าน ห้วง 3 เดือน ครม.เศรษฐา

 

 

 

 

ใกล้จะครบ3เดือนครม.เศรษฐา หลายกระทรวงมีผลงานออกมาให้ชื่นใจ แต่อีกหลายกระทรวงก็ยังคงนิ่ง ไม่มีผลงานใดๆ ทำหลายฝ่ายจับตาทั้ง34คน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยซึ่งคนที่ได้พื้นที่ในการนำเสนอข่าวมากที่สุดนั่นก็คือนายกรัฐมนตรี ขณะพรรคเพื่อไทยมีรมว.9คน รมช.7คน รมว.ประจำสำนักนายกฯอีก1คน ส่วนพรรคภูมิใจไทยนั้นมีรมว.4 คน และรมช.4 คน

 

 

 

 

 

 

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้วิเคราะห์ครม.เศรษฐากับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นว่าในระยะเวลา3เดือนนั้นคนที่ได้พื้นที่สื่อมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น คนแรกนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พรรคเพื่อไทย โดยภาพรวม100วันของเขานั้น เขาได้ลงพื้นที่อยู่ตลอด และมุ่งเน้นไปที่เรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ตจึงทำให้ทุกพื้นที่สื่อต่างจับจ้องไปที่เขา โดยเขาเป็นผู้นำที่ดี มีความคล่องตัวตัดสินใจและทำงานอย่างรวดเร็ว แถมยังมีแนวคิดใหม่ๆทันสมัย แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ยังคงมีข้อบกพร่องในการสื่อสารที่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมาก็ตาม มักทำให้คนเอาไปตีความหมายผิด ส่งผลทำให้ถูกจับผิดอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเราก็จะเห็นว่าทุกสถานการณ์ล้วนมีขุนพลคนรอบตัวเศรษฐาออกมาโต้ตอบเรื่องการเมืองให้คนเข้าใจมากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

คนที่2.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งภูมิธรรมมักจะเป็นคนแรกๆที่ออกมารับเรื่องเดือดร้อนทุกอย่างหลังจากที่เศรษฐาสื่อสารออกไปแล้วเกิดเอฟเฟกต์ตามมาในแง่ลบโดยออกมาสื่อสารไม่ให้คนเข้าใจเศรษฐาผิด ประหนึ่งว่าภูมิธรรมเปรียบเสมือนหัวใจหลักของรัฐบาลชุดนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งบทบาทรองนายกฯของเขานั้นโดดเด่นมากกว่ารมว.เสียอีก ขณะเดียวกันภูมิธรรมก็ทำงานไวเช่นเดียวกันสามารถแก้ไขปัญหาได้ฉับพลัน เช่นพยายามประคองราคาสินค้าไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องพิสูจน์ฝีมือในระยะยาวอีกครั้ง

 

 

 

 

 

คนที่3.นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเขาคนนี้ทำหน้าที่ได้ดีจัดประชุมทูตทั่วโลกเพื่อขับเคลื่อนนโยบายท่ามกลางโลกแบ่งขั้ว อีกทั้งยังประสานงานเพื่อช่วยเหลือตัวประกันคนไทยที่โดนกลุ่มฮามาสจับตัวไปในประเทศอิสราเอล นอกจากนี้เขายังท้าทายบทบาทโดยบอกว่าประเทศไทยและเมียนมาถือเป็นมิตรประเทศกัน ซึ่งสถานการณ์เมียนมาถือเป็นปัญหาภายในที่ควรได้รับการแก้ไขและตามกลไกของอาเซียน โดยไม่ควรละเลยอาเซียน เพราะอาเซียนก็ยังคงมีเอกภาพอยู่ด้วย
คนที่4.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม พรรคเพื่อไทย ซึ่งเขาเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่เขาสนองนโยบายของนายกฯได้ดีในการทำสัญญารถไฟฟ้า20บาท  แม้ขณะนี้ยังไม่ได้ครบทุกสายแต่ทว่าล่าสุดก็มีผลงานออกมาให้เห็นเป็นระยะบ้างแล้ว รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ด้วย ขณะที่เดือนก.ย.66ที่ผ่านมา เขาประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานคมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน พร้อมเน้นย้ำให้ดำเนินงานตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความปลอดภัย การให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากล และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
คนที่5.นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พรรคเพื่อไทย โดยจุดแข็งของเขาคือเขาเป็นคนชัดเจน ตรงไปตรงมา และทำงานดีมาก เขาประสานกองทัพราบรื่นรวมถึงกองทัพทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาล พร้อมขับเคลื่อนโครงการต้นแบบ หนองวัวซอโมเดล เพื่อให้ประชาชนมีที่ทำมาหากินราคาถูก อีกทั้งล่าสุดเขาได้จับมือกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทำMOUเพื่อสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรทั่วประเทศ
และคนที่6.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย เขาสนองรับนโยบายในการจัดการผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จึงทำให้สื่อต่างๆนั้นให้ความสนใจเขียนข่าวชาดากันอย่างมากมาย ซึ่งก็ถือว่าเขาดูโดดเด่นมากกว่าคนอื่นๆในสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะเขาได้พื้นที่ในการโชว์ผลงาน  พร้อมกันนั้นล่าสุดเขาก็ได้วางกรอบ 3 เดือน ปราบผู้มีอิทธิพล กลุ่มสีแดง Kick off ทั่วประเทศ 1 ธ.ค.
อย่างไรก็ตามครม.เศรษฐานั้นมีทั้งคนที่โดดเด่น และคนที่โลกลืม และนี่ก็เป็นระยะเวลาเกือบ3เดือน แต่หลายคนก็ยังคงเงียบกริบ ไร้ผลงาน ดังนั้นก็คงต้องมาติดตามว่ารมต.โลกลืมจะฮึดสู้สร้างผลงานในเร็วๆนี้หรือไม่

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube