แรงงานไทยในอิสราเอล เล่านาทีชีวิต กลุ่มฮามาสบุกยิงถล่มเข้าแคมป์ ขออยู่ไทยไม่กลับไปอีกแล้ว รับสภาพจิตใจแย่
นายโชคชัย ยงโพธิ์ อายุ 33 ปี ชาวกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นตัวแทนแรงงานไทยในอิสราเอล ที่เดินทางมาในวันนี้ กล่าวถึงความรู้สึก ที่ได้กลับมาประเทศไทยว่า ตนผ่านนาทีชีวิตมาด้วยความเลวร้าย ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย
ซึ่งความยากลำบากในการเดินทางมาที่สนามบิน ตนเองอยู่ในพื้นที่ ซึ่งห่างจากฉนวนกาชา ไม่มาก ไม่ถึง 10 กิโลเมตร เขาจะเรียงลำดับจากพื้นที่อันตรายในการเดินทางมาที่ศูนย์อพยพ โดยใครที่อยู่ในพื้นที่ใกล้จุดอันตรายสุดก็จะได้เดินทางมาก่อน
โดยตนเห็นถึงนาทีที่กลุ่มฮามาส บุกเข้ามาแคมป์ที่ตนอาศัยอยู่ ยิงถล่มเข้ามาพวกของตนได้แต่อยู่ในห้องอย่างเงียบๆ ถ้าเขาที่มีอาวุธครบมือเข้ามาถึงภายในห้องตนก็ไม่ทราบชะตาชีวิตว่าจะอยู่มาได้จนถึงวันนี้หรือไม่ วันที่ 7-8 ตุลาคม ปิดไฟทั้งแคมป์ได้แต่ล็อคห้องอยู่เงียบๆ โดยได้ update สถานการณ์ผ่านข่าวสารอยู่เรื่อยๆ 2 วันแรกแทบไม่ได้นอนคิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่ ว่าเรามาเจอสถานการณ์อะไรอย่างนี้ พอมาจนถึงวันนี้ตนก็ดีใจมากๆ
สำหรับตนพึ่งมาอยู่อิสราเอลได้ 1 เดือน ก็มาเจอสถานการณ์แบบนี้เลย ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาและก็ได้คุยกับครอบครัวแล้ว จากนี้ก็คงไม่น่าจะกลับไปแล้ว คงกลับมาตั้งหลักที่บ้านเป็นการทำใจ หลายๆอย่างก็ยังไม่เข้าที่ สภาพจิตใจก็ค่อนข้างแย่
ที่ผ่านมาปัจจัยที่ทำให้ตนต้องเดินทางไปทำงานที่อิสราเอลก็เพราะเรื่องภาวะหนี้สิน ราคาตอบแทนที่นู่นก็ดี เดือนแรกได้รับเป็นเงินเดือนกว่า 60,000 บาทไทย โดยมีสัญญาทำงานกว่า 5 ปี 3 เดือน ซึ่งลักษณะงานเป็นการไปทำสวนมะเขือเทศ
ด้านนาย คคนภูมิ ฤาชา อายุ39 ปี ชาวชัยภูมิ กล่าวว่า ตนเพิ่งเดินทางไปได้ 2 เดือน ก็มาเจอเหตุการณ์เลย กลุ่มผู้ก่อการร้ายมาทุกช่องทาง ข้างทางอุโมงค์ทางทะเล เครื่องบินและทางอากาศต่างๆ น่าจะไม่ต่ำกว่า 1,500 คนที่เข้ามา วันที่เกิดเหตุมีจรวดยิงเข้ามาเยอะมาก จนไอรอนโดม ไม่สามารถที่จะสกัดกั้นได้ทัน ทำให้มีบางลูกตกเข้าไปในย่านชุมชน และก่อนหน้านี้นั้นมันก็เคยคิดไว้ว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีการบุกเข้ามาในภาคพื้นดินแบบนี้
วันที่เกิดเหตุการณ์วันแรกตนก็ยังไม่รู้ ว่าใครเป็นฝ่ายใด พอใช้ชีวิตปกติตื่นมาก็ทำกับข้าวอาบน้ำ แต่มันเริ่มเข้าห้องหลบภัย ก็เพราะว่าเขามายิงที่หน้าแคมป์ของตน แล้วก็บุกเข้ามาประมาณ 100 คน ได้ยินรปภที่เฝ้าอยู่เสียชีวิตไป 2 นาย ตนก็วิ่งเข้าไปอยู่ในห้องหลบภัย ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง5-6โมงเย็น อยู่ด้วยกันภายในห้องเล็กๆ 11 คน อากาศก็ไม่ค่อยจะมี ระหว่างนั้นคาดว่าน่าจะมีกลุ่มผู้ก่อการร้าย 3-4 คนกลับเข้ามาหาพวกตน พยายามจะเข้ามาในห้องให้ได้ พวกตนจึงพยายามช่วยกันดึงเอาไว้ เขาก็ยิงเข้ามา แต่ผนังค่อนข้างที่จะหนา จากนั้นรู้สึกว่ามีทหารอิสราเอลเข้ามาช่วย ซึ่งทางฝั่งอิสราเอลก็น่าจะเสียชีวิตไป 1 ราย แล้วบาดเจ็บ 3 ราย ถ้าทหารไม่เข้ามาช่วยพวกตนก็ไม่รอดเหมือนกัน
วันนี้ดีใจมาก ตั้งแต่เครื่องขึ้นที่โน่น พร้อมขอบคุณสถานทูตไทยที่อิสราเอล และกองทัพอากาศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐต่างๆที่ช่วยกันประสานงานในการช่วยเหลือคนไทยทั้งหมดที่ประสบภัยให้กลับมา
ถามว่าอยากกลับไปหรือไม่ทุกคนบอกเหมือนกันว่าไม่มีใครอยากกลับแต่บางครั้งด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ก็จำเป็นต้องกลับไป เพราะครอบครัวก็จะได้ลืมตาอ้าปากได้ส่วนงานที่ตนทำก็จะเป็นภาคการเกษตรทั้งหมู่อะโวคาโด สวนส้ม เป็นต้น ทั้งนี้ก็อยากให้ทางกระทรวงแรงงานช่วยดูแลหากกลับไปที่อิสราเอลไม่ได้ก็ช่วยหาแนวทางลู่ทาง ต่างๆที่จะสามารถทำงานต่อได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews