กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงการณ์ประณามเหตุ คนร้ายโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 5 ราย แหล่งข่าวความมั่นคงชี้ หวังสร้างพื้นที่ข่าวหลังเงียบหาย
พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงการณ์ ขอประณามการก่อเหตุใช้อาวุธปืนและระเบิดโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นการกระทำอันอุกอาจ ไร้มนุษยธรรม และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่สัญจรและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ใจกลางชุมชน
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิต 5 นาย ประกอบด้วย จ่าสิบเอก ธีระยุทธ โสมะเกิด , อาสาสมัครทหารพราน วิมล ดาบทอง , อาสาสมัครทหารพราน ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา , อาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ และ อาสาสมัครทหารพราน ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถูกนำส่งรักษาตัวที่ โรงพยาบาลระแงะ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย เด็กชาย ฮาบี๊บ หินะ , นาย มูฮำมัดอาลี อับรู , นาง ฟัรฮะห์ อับรู , นาย มูฮำมัดฮาฟิต หินะ และ เด็กชาย อวาฏิฟ บือราเฮง
การใช้อาวุธสงครามก่อเหตุในเขตเมืองเช่นนี้ ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังสร้างความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บทุกนาย และยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน
ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และหากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

ด้านแหล่งข่าวด้านความมั่นคง ระบุถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ (22 กรกฎาคม 2569) ที่มีการลอบยิงทหารพราน บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี จังหวัดนราธิวาส ทําให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย ว่า การก่อเหตุว่างเว้นมานานพอสมควร ตั้งแต่ก่อนช่วงที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 มีการขับเคลื่อนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุพอสมควร รวมถึงการพูดคุย ทําให้การก่อเหตุอยู่ชะงักลงไป จึงมีความพยายามก่อเหตุขึ้นมาอีก เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขายังมีพลังที่จะทําอะไรได้อีก ไม่ใช่เงียบไปเฉยๆ
แหล่งข่าว ยังระบุด้วยว่า นายกรัฐมนตรีเคยให้นโยบายไว้ที่ระหว่างลงพื้นที่อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่าต้องรักษาพื้นที่ให้ได้ เนื่องจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้มีช่องว่าง เพราะเป็นพื้นที่ที่ติดชายแดนมากเกินไปและมีลักษณะเป็นป่าเขา ผู้ก่อเหตุจึงออกมาจากพื้นที่ดังกล่าวได้ง่าย พร้อมย้ำถึงงานข่าวกรองในระดับพื้นที่ว่าต้องเข้าถึงให้ได้ทั้งหมด ประชาชนจะต้องให้ความร่วมมือในการให้ข่าว และรับรองความปลอดภัยให้กับประชาชน
แหล่งข่าว ยังย้ำด้วยว่า การเกิดเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่นานๆ เกิดครั้งหนึ่งเพื่อให้เป็นพื้นที่ข่าวครึกโครม หลังจากที่หยุดไปนาน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news