“สุทิน คลังแสง” ผ่าน 1 เดือน ของการเป็นพลเรือนคนแรก ที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี มาควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ทำผลงานแบบเนิบๆ เสนอไอเดียสุดบรรเจิด แปลงเรือดำน้ำเป็นซื้อปุ๋ยแทนในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่งทางการ
แต่หลังเข้ากระทรวงแล้วก็เปลี่ยนไป เพราะรัฐบาลยังเดินหน้าเรือดำน้ำเหมือนเดิม นายกฯ”เศรษฐา” หารือผู้นำเยอรมนี ซื้อเครื่องยนต์ ระหว่างไปประชุมยูเอ็น ที่สหรัฐฯแนวคิดของเจ้ากระทรวงจึงแป๊กไปหนึ่ง ส่วนอีก 1 ก็น่าจะเก็บแต้มได้พอสมควร เอาพื้นที่ทหาร ที่ไม่ได้ใช้ มาให้ประชาชนทำกิน ประเดิมอุดรธานี และจะขยายไปพื้นที่อื่น โดยยึด “หนองวัวซอโมเดล” เป็นต้นแบบส่วนจะทำได้มากแค่ไหน ต้องรอลุ้นอีกที
เพราะนโยบายนี้มาใช่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่พอดี เวลาฮันนีมูนของ รัฐมนตรีพลเรือน อาจจะหมดลงแล้วก็เป็นได้ เพราะหลังจากนี้ ผบ.ทัพป้ายแดง ทั้ง 3 เหล่า 4 ทัพคงออกแอคชั่นมากขึ้น ประกอบกับ ทั้ง 4 คน มาจากรัฐบาลชุดเก่าแต่งตั้ง และมีตัวเชื่อมคือ 2 อดีตเลขาฯ สมช. ที่มาเป็นเลขาฯ กับ ที่ปรึกษาของ”สุทิน” จึงน่าจะพร้อมสานต่อนโยบายเดิมมากกว่าจะเปลี่ยนแปลงตามเจ้ากระทรวงคนใหม่ เว้นแต่ไม่กระทบแนวทางเดิมมากมายนัก
พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี หรือ “บิ๊กออฟ” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2508 เป็นบุตรชายของ พล.อ. อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีตผู้บัญชาการทหารบก เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 24เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรม ร.11 รอ.ก่อนเป็น ผบ.พล.1 รอ.คุมกำลังรบกองทัพภาคที่ 1 และเป็นทหารคอแดง ในหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) แล้วขึ้นรองแม่ทัพภาคที่ 1รองเสนาธิการทหารบก หัวหน้าคณะนายทหารฝ่าย เสนาธิการประจำ ผบ.ทบ. ก่อนจะย้ายมากองบัญชาการกองทัพไทย ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อนขึ้นสู่เบอร์ 1 ในปีนี้ และจะอยู่ในตำแหน่งอย่างน้อย 2 ปี
ถัดมาที่กองทัพบก พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ หรือ “บิ๊กต่อ” เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2507 ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 43 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 23 นักเรียนนายร้อยจปร.รุ่นที่ 34 ซึ่งถือเป็นผู้บัญชาการทหารบกคอแดง คนที่ 3 ที่ต้องทำหน้าที่ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ผบ.ฉก.ทม.รอ.904) เคยเติบโตมาจากหน่วยร.21.รอ. เป็นผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม
แล้วไปเป็น ผบ.พล.ร 2 รอ. แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้บัญชาการทหารบกมาก่อน ต่อกันที่ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยมที่ขยับจากผู้บัญญชาการกองเรือยุทธการ สู่หัวแถวของลูกประดู่ เกิดเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2506 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 23 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญภายในทัพเรือ อาทิ ผู้บังคับการเรือหลวงปิ่นเกล้า,ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ ประจํากรุงแคนเบอร์ร่า ออสเตรเลีย, นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ, เจ้ากรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และเป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
ก่อนจะเข้าวินรับตำแหน่ง “ผู้บัญชาการทหารเรือ คนที่ 57 จากการตัดสินใจของ “บิ๊กตู่” ส่วนกองทัพอากาศ พล.อ.อ.พันธ์ภักดีพัฒนกุล หรือ “บิ๊กไก่” ผู้บัญชาการทหารอากาศ เกิดวันที่ 28 มีนาคม 2508 เป็นชาวทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จะได้อยู่ในตำแหน่งอย่างน้อย 2 ปี เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 24 นายเรืออากาศรุ่นที่ 31เคยเป็นนักบินขับไล่หลายแบบ
นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี ผู้ช่วยทูตไทยประจำกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร, รองเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ,เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ, เสนาธิการทหารอากาศ และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ขึ้นเบอร์ 1 และเป็น เหล่าทัพแรก ที่ขานรับนโยบายของ “บิ๊กทิน” ในการชะลอการซื้ออาวุธ ในการจัดทำงบประมาณปีนี้ ….
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews