นายกฯ รับทำงานเร็วไปต้องปรับตัว-ปากท้องปชช.ต้องทำทันที

การเมือง ข่าว
นายกฯรับทำงานเร็วไปต้องปรับตัวมากขึ้น แต่งานเร่งด่วนเลี่ยงไม่ได้ ปากท้องประชาชนต้องทำทันที ฟื้นเศรษฐกิจต้องเร็ว

 

 

 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน thairath forum เปิดมุมคิด พลิกอนาคต ระบุว่า การทำงานในช่วงที่ผ่านมาของตนเองอาจตัดสินใจเร็วเกินไปซึ่ง ภาครัฐที่มีหน่วยงานมาก อาจไม่สามารถตอบสนองได้ทันที วันนี้ขอที่จะเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน แต่ที่ต้องทำงานเร็วก็เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชน ไม่อยากให้มีคำถามถึงการทำงานที่ล่าช้า แต่ก็จะพยายามปรับตัวให้มากขึ้น

 

 

 

และเมื่อถามถึงในฐานะที่เคยเป็นภาคเอกชนมีสิ่งใดที่จะสามารถนำมาปรับใช้ได้ คืออะไรทำได้ให้ทำก่อน ที่รัฐบาลทำเร็ว คือ ลดราคาน้ำมันดีเซล ไฟฟ้าเพื่อให้ช่วยเหลือปากท้องก่อน ต่อจากนี้ก็จะพิจารณาน้ำมันเบนซินด้วย รวมถึงผู้ที่มีรายได้น้อยรัฐบาลจะทยอยออกมาตรการมาเรื่อยๆวันนี้มีการสั่งการให้เจรจาต่อเนื่องต้องค่อยๆทำ อาจจะถึงเลข 3 ได้ โดยภายในงานมีผู้บริหารจากทางบริษัทปตท.เข้าร่วม นายกรัฐมนตรีได้เอ่ยปากหาก ผู้บริหาร ปตท. มีการพิจารณาเชื่อว่าจะทำได้เร็วขึ้นโดยความลำบากของประชาชนไม่สามารถคอยได้ ต้องทำเร่งด่วน

 

 

นอกจากนี้ในเรื่อง วีซ่าฟรี ต้องทำเร่งด่วน เพราะจะถึงช่วง High Season แล้ว หากไม่ทำการวางแผนท่องเที่ยวจะไม่ได้ผล โดยภาคเอกชน กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทยเวลานี้ขานรับนโยบายได้ดี ซึ่งในวันที่ 25 กันยายนจะเริ่มต้นกับประเทศจีนแล้ว รัฐบาลไม่ได้ดูเพียงมิติเดียวแต่จะต้องดูในส่วนของตรวจคนเข้าเมือง ก้าวแรกที่เข้ามาประเทศไทยนักท่องเที่ยวจะต้องได้รับความประทับใจ การรอรับกระเป๋า รวมถึงการเดินทางต้องสะดวก

 

 

สำหรับความกังวลของประชาชนยังมีในเรื่องของความมั่นคง ทาง สตช.ต้องให้ความสำคัญ สำหรับเอกชนได้มีการพูดคุยกับสายการบิน ในการเพิ่มเที่ยวบิน มากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวก และสำหรับความกังวลเกี่ยวกับทุนจีนสีเทา ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้จัดการอยู่แล้ว ถือเป็นปัญหาเก่าที่ต้องจัดการ จะใช้เป็นข้ออ้างในการไม่เริ่มดำเนินนโยบายใหม่ๆคงไม่ได้ และต้องบริหารจัดการให้ดีขึ้น

 

 

 

และเมื่อมีคำถามว่า นโยบายวีซ่าฟรีจะใช้กับอินเดียหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า อินเดียถือเป็นประเทศสำคัญแต่เวลานี้ยังติดที่เที่ยวบินของอินเดียยังไม่สะดวก เป็นกระบวนการภายใน แต่ภายในสิ้นปีนี้ตนจะเดินทางเยือนอินเดียเพื่อไปเจรจากับผู้นำสูงสุดถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถใช้วีซ่าฟรีได้ แต่ยังมีส่วน อื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวอินเดียจะเข้ามาเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นการจัดงานแต่งงาน หรือการจัด Event ต่างๆ

 

 

 

ถามถึงนโยบายเศรษฐกิจที่นายกได้มีการวางแผนไว้ นายกรัฐมนตรี รับว่าเศรษฐกิจในประเทศตอนนี้ไม่ดีนัก ประชาชนมีค่าใช้จ่ายสูง แต่รายได้น้อยลงอะไรที่ทำได้ก่อนควรจะทำได้เลย เช่น การพักหนี้เกษตรกร แต่ที่ผ่านมาดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่เห็นผลแสดงว่าในภาพใหญ่กำลังมีปัญหา จำเป็นต้องมีแผนงานในระยะยาว เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นไม่ใช่มี

 

 

 

เฉพาะแต่การพักหนี้อย่างเดียว จำเป็นต้องมีการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายช่วยค่าครองชีพให้มากที่สุด จึงมีนโยบายในเรื่องของลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้าและเพิ่มรายได้จากดิจิทัล wallet ยืนยันได้ว่าจะเข้าถึงประชาชนโดยไม่เข้ากระเป๋าใครอย่างแน่นอน การใช้ประโยชน์ จะต้องมีการปรับให้เหมาะสมทั้งระยะทางในการใช้รวมถึงสินค้า เชื่อว่าภาคธุรกิจพร้อมที่จะมีการผลิตสินค้าเพื่อมารองรับดิจิทัล wallet ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น โดยการแข่งขันเสรีเป็นเรื่องที่เหมาะสมจะทำให้มีเม็ดเงินมากขึ้นสูงขึ้น จากที่ประเมินไว้

 

 

 

ซึ่งการขับเคลื่อนดิจิทัล wallet เงินจะออกภายใน 6 เดือน ระยะต่อไปจำเป็นต้องยกระดับ GDP ของประเทศด้วยการยกระดับการลงทุนของประเทศให้มากขึ้น โดยจะไปทำ Business matching จากรัฐบาลเดิมที่แล้วมีการปูทางไว้บ้าง บางส่วนที่รัฐบาลก่อนทำไว้ดี ก็จะมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง แต่อีกหลายประเทศยังต้องมีการเจรจาต่อไป โดยการเจรจา FTA ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

 

โดยจุดแข็งของประเทศไทยคือ ความพร้อมด้านที่ตั้งสนามบิน ท่าเรือ กฎหมาย ภาคเอกชนไทยมีความแข็งแกร่งมากกว่าประเทศอื่นๆ เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศได้ และเมื่อเกิดการลงทุนในประเทศแล้ว ส่วนสำคัญที่จะต้องรองรับคือ การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนต่างชาติที่จะเข้ามาประเทศไทย สถานพยาบาล International School จะเป็นจุดดึงดูดอย่างหนึ่ง เพื่อทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้น

 

 

 

จากการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าและเมื่อถามว่า KPI ที่จะใช้วัดความสำเร็จของรัฐบาล คืออะไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คือรายได้ของเกษตรในระยะยาว การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น แต่บางเรื่องก็ยังไม่สามารถทำได้ทันที เช่น นโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำ อาจต้องดูตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง หวังว่าจะไปถึง 400 บาท แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม หากไม่เห็น Road Map ที่ชัดเจน

 

 

 

ว่ามีมาตรการต่อเนื่องอย่างไร ซึ่งภาคเอกชนจะรับได้ต้องมีข้อมูลให้ครบถ้วน Timeline เป็นเรื่องสำคัญ และตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งยังไม่รู้หลายเรื่องแต่จะพยายามเรียนรู้ให้เร็วที่สุดเพื่อการทำงานร่วมกับทุกส่วนราชการให้มีความสบายใจในการเข้ามาทำงานและจะคลอดออกเป็นแผนงานต่อๆไป

 

 

 

โดยตั้งแต่เข้าทำเนียบ นั้งโต๊ะทำงานแค่ 10 วินาที และคณะทำงานอาจต้องย้ายกลับไปใช้บ้านพิษณุโลก ในส่วนของขณะที่ปรึกษา ไม่มีโต๊ะทำงาน เพื่อลดขั้นตอนให้ได้มากที่สุด แต่จะพยายามทำตัวไม่เป็นภาระกับใครจากนี้อาจจะต้องนอนที่ทำเนียบรัฐบาลมากขึ้นเพื่อให้สะดวกกับหน่วยรักษาความปลอดภัยและฝ่ายเลขาในการทำงานอาจใช้เวลา 3-4 วันต่อสัปดาห์

 

 

จะพยายามทำงานเต็มที่ วันนี้ถือว่าเทหมดหน้าตักจริงๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ได้พบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เตือนว่าให้ตนระวังคนจะหาว่าสร้างภาพ ซึ่งก็รับข้อตักเตือนไว้ และจะเร่งทำงานต่อไป

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews