ผอ.รร.เตรียมพัฒน์ ร้อง กมธ.ส.ว. เร่งคุ้มครองนักเรียน โอด ‘หยก’ ทำป่วนแม้ขาดสถานภาพ นร. ชี้หาก “ทะลุวัง” ได้สิทธิผู้ปกครองมาสมัครใหม่ได้ ต้องแต่งเครื่องแบบ-ทรงผมตามกฎระเบียบ
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับหนังสือจาก น.ส.จินตนา ศรีสารคาม ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ พร้อมด้วยตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อขอความคุ้มครองนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการเป็นการเร่งด่วน และช่วยเหลือเด็กในสภาวะเสี่ยง คือ น.ส.ธนลภย์ ผลัญชัย หรือ ‘หยก’
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ น.ส.ธนลภย์ ได้รับแจ้งว่าไม่มีสภาพการเป็นนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ทำให้มีกลุ่มบุคคลมาก่อความไม่สงบหน้าโรงเรียน ระหว่างวันที่ 14 – 19 มิ.ย. 2566 จึงมีความหวาดกลัวถึงความไม่ปลอดภัยในการมาโรงเรียนของนักเรียน 4,073 คน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการของการมอบตัวที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทางโรงเรียนเผยว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2566 นางสุภาพร ผลัญชัย (มารดา) และคุณน้า ที่เป็นผู้ปกครองของ หยก ได้มาบันทึกขอผ่อนผันการมอบตัวของ หยก เนื่องจากมีข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ สน.สำราญราษฎร์
จากนั้น วันที่ 19 พ.ค. 2566 หยก ได้เดินทางมาพร้อมกลุ่ม ‘ทะลุวัง’ ที่อ้างตนเป็นผู้ปกครองเพื่อมอบตัว โรงเรียนจึงให้เข้าเรียนเพื่อรักษาสิทธิไว้ก่อน และได้แจ้งให้นำผู้ปกครองมามอบตัวภายในวันที่ 10 มิ.ย. 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการนำข้อมูลนักเรียนเข้าสู่ระบบ ในช่วงเวลาดังกล่าวโรงเรียนได้พยายามติดต่อผู้ปกครองจนสุดความสามารถ แต่ผู้ปกครองไม่มาดำเนินการ จึงทำให้ไม่มีฐานข้อมูลนักเรียนของ หยก ในระบบ
ทั้งนี้ โรงเรียนได้พยายามติดตามผู้ปกครองนักเรียนคือมารดาถึง 7 ครั้ง ที่บ้านซอยพัฒนาการ 65 แต่มารดาไม่ออกมาพบ จึงได้ไปพบบิดาที่ บ้านหัวหนอง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด แต่บิดาบอกปัดไม่รับผิดชอบ และขับไล่ไม่ให้ทางโรงเรียนกลับมาอีก
ผู้อำนวยการโรงเรียน ยืนยันว่า หาก น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้ปกครองของ หยก นั้น ได้รับคำสั่งศาลยืนยันว่าเป็นผู้ปกครองตามกฎหมาย ก็สามารถสมัครเข้าเรียนในปีการศึกษาหน้าได้ แต่ต้องผ่านการสอบเข้าใหม่อีกครั้ง เพราะไม่มีสถานภาพนักเรียนในตอนนี้แล้ว และไม่มีสิทธิสอบในปีการศึกษานี้อีก แต่หาก หยก ได้สมัครเข้าเรียนอีกครั้งแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนในการแต่งกายและทรงผม
ขณะเดียวกัน เราไม่สามารถปฏิเสธกฎระเบียบได้ ทุกคนอยู่ใต้กฎระเบียบเดียวกัน นักเรียนไม่ได้มาแค่เรียนหนังสือ แต่ต้องเรียนรู้ถึงวิธีการอยู่ในสังคม แต่โรงเรียนไม่ปฏิเสธที่จะรับ หยก เข้าเรียน แต่เมื่อเข้ามาแล้ว ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ผู้ปกครองจึงสำคัญ ที่จะต้องเข้ามารับรู้และพัฒนาเด็กไปพร้อมกัน
น.ส.จินตนา ยังเผยว่า เมื่อทางโรงเรียนพยายามชี้แจงเรื่องกฎระเบียบกับ หยก ก็จะได้คำตอบอยู่ไม่กี่แบบคือ “สิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย” และ “กฎระเบียบของโรงเรียนกับรัฐธรรมนูญอะไรใหญ่กว่ากัน” และ หยก มักมีพฤติกรรมไม่รับฟังครูหรือผู้ปกครองตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองฯ ยืนยันว่า ทุกฝ่ายไม่ได้รังเกียจ หยก แต่ต้องยอมรับว่า หยก ไม่ได้มีสถานะนักเรียนแล้ว และเป็นห่วงในอนาคตของ หยก ว่าจะเป็นอย่างไร หากยังอยู่กับกลุ่มคนที่ชี้นำความคิด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews