ค่าลิขสิทธิ์ของ ไทยลีก ลดฮวบๆ เหลือเเเค่ ราคาเเค่ 50 ล้านบาท 6 สโมสรในไทยลีกจะออกมาตั้งบริษัทใหม่เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ด้วยตัวเอง ด้าน นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศพร้อมสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในอนาคต
อย่างที่ทราบกันว่า วันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการเรียกประชุมกับตัวแทนของสโมสรในเวที ไทยลีก ทั้ง 16 ทีม เพื่อหาข้อสรุปจากกรณีที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถหากลุ่มทุนเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนและถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เพราะในตอนนี้ข้อเสนอสูงสุดอยู่ที่เพียงแค่ 50 ล้านบาทเท่านั้น
ในการประชุมครั้งนี้ แต่ละสโมสรได้ส่งตัวแทนที่มีอำนาจในการตัดสินใจเข้าร่วมแทบทั้งสิ้น ทำให้บิ๊กหลายคนเดินทางมาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น “นายเนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, “นายปวิณ ภิรมย์ภักดี” ประธานสโมสรบีจี ปทุม, “มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ” ประธานสโมสรการท่าเรือ และ “นายมิติ ติยะไพรัช” ประธานสโมสรลีโอ เชียงราย เป็นต้น แต่ “บิ๊กอ๊อด-พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” นายกสมาคม ไม่ได้เข้าประชุมด้วยตัวเอง
ปรากฏว่ามีการประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทยเพียงเเค่เจ้าเดียวเท่านั้นในราคาเเค่ 50 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าและถือว่าน้อยมาก อีกทั้งจะกระทบต่อทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้เกิดการเสนอแนวความคิดที่ 16 สโมสรในไทยลีกจะออกมาตั้งบริษัทใหม่เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ด้วยตัวเอง คล้ายกับที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เคยทำ ซึ่งในที่ประชุมมีผู้เห็นด้วยและเห็นด้วยแบบมีเงื่อนไขรวม 11 ทีม และอีก 5 ทีมยังไม่แสดงท่าทีใด ๆ
หากไปย้อนดูค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ตั้งแต่ปี 2011 ถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า
ปี 2014-2016 ตอนยังเป็น โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก “ทรูวิชั่นส์”คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 ปี ด้วยมูลค่า 1,800 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 600 ล้านบาท
ปี 2017-2020 ทรูวิชั่นส์ คว้าลิขสิทธิ์ต่อเนื่องไปอีก 4 ฤดูกาล ทั้งไทยลีก, ลีกวัน, ลีกคัพ และ เอฟเอ คัพ ด้วยมูลค่าสูงมากถึง 4,200 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1,050 ล้านบาท
ปี 2021-22 เปลี่ยนเป็น “AIS” คว้าลิขสิทธิ์ด้วยจำนวนเงินที่ลดลงเหลือ 800 ล้านบาท และต่อสัญญาอีกครั้งในฤดูกาล 2022-23 กับค่าลิขสิทธิ์ราว 300 ล้านบาท
จากข้อมูลด้านบนจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าค่าลิขสิทธิ์ของ ไทยลีก จะเห็นได้ว่าราคาค่อยๆ ลดลงอย่างมาก จนทำให้เกิดบทสรุปหวังแยกตัวจากสมาคมกีฬาฟุตบอล เพื่อจัดแข่งขันกันเอง โดยที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะถ่ายทอดสดหรือดูแลสิทธิประโยชน์กันอย่างไร
ขณะที่ล่าสุด พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศพร้อมสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในอนาคต ในการสร้างมูลค่าทางลิขสิทธิ์ให้กับฟุตบอลลีกอาชีพไทยลีก 1 และเพื่อให้วงการฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ ของสโมสรสมาชิก 16 ทีมจากไทยลีก 1
แต่ต้องเข้าใจและไม่ลืมว่าภารกิจและความรับผิดชอบของสมาคม ที่ต้องให้ความสำคัญกับฟุตบอลทีมชาติไทย ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด ทุกรุ่นอายุทั้งชายและหญิง ฟุตบอลลีกระดับล่าง และองคาพยพทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอล เพื่อเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างเป็นระบบ มั่นคง ยั่งยืนและถาวร
พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า “ต้องขอบคุณ สโมสรสมาชิก 16 สโมสร จากไทยลีก 1 และพร้อมให้การสนับสนุนแนวคิดและแนวทางการแก้ไขปัญหาของสโมสรสมาชิกอย่างเต็มกำลัง หากแนวความคิดนั้นจะสามารถช่วยให้ฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ทั้งระบบ โดยที่ไม่เกิดผลกระทบและขาดการสนับสนุนส่วนใดส่วนหนึ่ง อย่างครบถ้วนและเพียงพอ”
“สิ่งที่สำคัญยิ่งและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คือ เมื่อสโมสรสมาชิกไทยลีก 1 เสนอแนวทางที่จะนำการบริหารจัดการด้านสิทธิประโยชน์ หรือ การหาผู้สนับสนุนด้านลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปบริหารจัดการเอง เพื่อสร้างมูลค่าให้มากขึ้น และนำไปสู่แก้ไขปัญหานั้น หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดีและสามารถแก้ไขปัญหาให้วงการฟุตบอลไทย
โดยไม่ได้ผิดข้อบังคับของสมาคมฯ หรือกฏหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่จะต้องนำเข้าไปหารือและพิจารณาในการประชุมสภากรรมการเสียก่อน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม และตามมติของที่ประชุมใหญ่”
“ด้วยประสบการณ์ที่บริหารงานองค์กรฟุตบอลมาหลายปีที่ผ่านมา ก็อยากฝากถึงสโมสรสมาชิกไทยลีก 1 หากสามารถดำเนินการตามแนวทางที่เสนอได้จริงแล้ว สิ่งสำคัญ คือต้องคำนึงถึง โครงสร้างโดยรวมของฟุตบอลไทยไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลทีมชาติไทย, ฟุตบอลลีกอาชีพทั้งระบบ , ลีกเยาวชน, การพัฒนาผู้ตัดสิน, การอบรมผู้ฝึกสอนทุกระดับ และการพัฒนาฟุตบอลรากหญ้า Grassroots ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกอย่างล้วนมีความสำคัญ และจะหยุดพัฒนาหรือทอดทิ้งไม่ได้ เพราะในที่สุดการแข่งขันของไทยลีก 1 ก็ต้องใช้บุคลากร และนักฟุตบอลจากโครงสร้างนี้เช่นเดียวกัน”

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews