พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. , ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย และเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมตรวจยึดรถโมบายเคลื่อนที่ และอุปกรณ์เครื่องส่งสัญญาณส่ง SMS ที่ใช้ในการส่งลิงก์ปลอมเป็นธนาคารและหน่วยงานต่าง ๆ
สำหรับพฤติกรรมของขบวนการดังกล่าวพบว่ากลุ่มขบวนการที่กระทำความผิด จะนำเครื่องจำลองสถานีฐาน (False Base Station)ใส่ไว้ในรถที่มีการดัดแปลง ก่อนขับออกไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยหากรถแล่นผ่านไปทางใดก็จะส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์มือถือที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
เพื่อส่งข้อความสั้น (SMS) ในลักษณะลิงก์ปลอม อ้างชื่อเป็นสถาบันการเงิน ,กรมสรรพากร หรือ การไฟฟ้า เป็นต้น โดยหากประชาชนหลงเชื่อและกดลิงก์ดังกล่าว ก็จะถูกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกลโดยสามารถโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของเครื่องโทรศัพท์ที่ติดตั้งแอปพลิเคชันประเภท Mobile Banking ได้ทันที
ที่จะแถลงข่าววันนี้ก็คือเราได้มีการสืบสวนจนสามารถจับกุมคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแอปพลิเคชันดูดเงิน โดยการใช้เครื่องมือที่ถูกเรียกว่าเป็นเครื่องมือจำลองสถานีฐานปลอม ซึ่งสามารถใช้แทนระบบข้อมูลการสื่อสารที่สามารถส่ง sms ไปยังมือถือของประชาชนได้ ซึ่งแต่ละเครื่องต่อวันทำได้ถึง 20,000 คน
จึงนำไปสู่การจับกุมมาได้ทั้งหมด 6 คน เครื่อง 5 เครื่อง ในวันนี้ซึ่งลิงก์ปลอมที่ส่งไปยังเครื่องของประชาชนในรูปแบบของสถาบันการเงินก็ดี เรื่องของการไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่างๆ เพื่อที่จะหลอกให้กดลิงก์และเข้าไปควบคุมเครื่องในระยะไกลได้จนสามารถดูดเงินออกจาก Mobile Banking ของทุกท่าน
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ต้องหาทั้ง 6 คน จะถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกัน ทํา มี ใช้ นําเข้า นําออก หรือค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต , ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาต , ร่วมกันใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต , เป็นอั้งยี่หรือซ่องโจรตามประมวลกฎหมายอาญา”
สำหรับอุปกรณ์ส่งสัญญาณดังกล่าว พบการใช้ในครั้งแรกเมื่อ 17-18 ปีที่แล้ว ในพื้นที่ของฮ่องกง ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวได้มีการสอบถามไปยังเจ้ากรมอุตสาหกรรมทหาร เพื่อตรวจสอบว่าเครื่องมือดังกล่าวเป็นยุทธภัณฑ์หรือไม่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเครื่องมือดังกล่าวสามารถส่งได้เพียงข้อความเพียงเท่านั้น และจะไม่สามารถที่จะส่งข้อความเสียงได้แต่อย่างใด ซึ่งหากเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหาร ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews