สมาคมกีฬารักบี้ฯ เตรียมระเบิดศึก ารักบี้ 7 คน วันที่ 20-21 พ.ค.2566 ที่สนามกีฬาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แฟนกีฬาชมฟรี!
สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับการรับรองให้จัดการแข่งขันจากสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งเอเชีย และเวิลด์รักบี้ ในการแข่งขันรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน หรือ “SEA 7s” เพื่อทดแทนการแข่งขันรักบี้ 7 คน ที่กัมพูชา เจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ไม่ได้บรรจุเข้าไปในการแข่งขัน โดยศึกรักบี้รายการนี้เป็นความร่วมมือกันของกลุ่มประเทศในอาเซียนที่มีทีมรักบี้ ซึ่ง ไทย กับ สิงคโปร์ เป็นแม่งานใหญ่จัด 2 เลก สำหรับเลกแรกที่สิงคโปร์นั้นจบเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน โดยทีมสาวไทยคว้าแชมป์ตามความคาดหมาย ส่วนทีมหนุ่มไทยได้อันดับที่ 4 ของการแข่งขัน
ขณะที่เลกสอง ไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ กำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2566 ที่สนามกีฬาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยในเลกสองนี้ ทีมชายมีทั้งหมด 6 ทีม คือ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ลาว, ไต้หวัน และ กัมพูชา รอบแรกแบ่งเป็น 2 สาย สายละ 3 ทีม เพื่อหาทีมอันดับ 1-2 ของทั้งสองสายเข้าไปแข่งในรอบรองชนะเลิศ ผู้ชนะก็จะเข้าชิงชนะเลิศ ส่วนทีมหญิงมีทั้งหมด 5 ทีม คือ ไทย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, ลาว และ กัมพูชา จะแข่งแบบพบกันหมด และ ทีมที่ได้อันดับ 1 กับ 2 ของตารางเข้าไปชิงชนะเลิศ
งานนี้สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย จัดใหญ่ จัดเต็ม ด้วยระบบแสงสีเสียง พร้อมทั้งการถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊ค Thai Rugby Union และยังมีบูทขายของมากมาย ทั้งร้านค้า อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา สำหรับศึกรักบี้ 7 คน “SEA 7s” ได้รับการสนับสนุนจัดการแข่งขันโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน), บริษัท กีล่า สปอร์ต จํากัด, บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ เจ็ทส์ ฟิตเนส
ห้ามพลาด! มาร่วมส่งเสียงเชียร์ให้ดังกระหึ่มติดขอบสนาม กับการแข่งขันรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน หรือ “SEA 7s” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นเลกสุดท้าย แล้วจะได้รู้กันว่าใครคือเจ้าอา
เซียนที่แท้จริง สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ใจป้ำเปิดประตูให้แฟนๆกีฬาเข้าชมฟรี
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews