“สว.อุปกิต” เปิดผนึกจดหมาย ขอ “รังสิมันต์-อัจฉริยะ” ช่วยตรวจสอบ กว่า 86 บริษัท ที่มีความเกี่ยวข้องกับบัญชียาเสพติด
นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวชี้แจงเพิ่มเติมกรณีมีข้อกล่าวหา หลังนายรังสิมันต์ โรม อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายตนในสภาเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา และไม่มีโอกาสได้ชี้เเจงในขณะนั้นซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โดยครั้งล่าสุดหลังจากที่ตนได้มีการแถลงชี้แจงเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมาได้ไปที่สำนักงานสืบสวนอัยการสูงสุด เพื่อไปพบเจ้าหน้าที่สอบสวนและอัยการ
เนื่องจากนายรังสิมันต์ และนายอัจริยะ เรืองรัตนพงศ์ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไปกล่าวหา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และให้ความร่วมมือพร้อมให้ข้อมูลและหลักฐานต่างๆเพิ่มเติม หลังจากนั้นวันที่ 3 เม.ย.66 ได้ไปยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อขอความเป็นธรรม ให้สอบสวนนิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ได้รับโอนเงินจากบัญชียาเสพติด กับกลุ่มบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ชำระค่าไฟฟ้าในนามกลุ่มบริษัทดังกล่าว
ซึ่งพบว่ามีกว่า 86 บริษัท เท่าที่ตรวจสอบได้ ที่ได้รับโอนเงินจากบัญชียาเสพติด และเป็นการโอนเข้านิติบุคคล จากการที่ตนได้ขอคัดข้อมูลมาอย่างถูกต้องจากศาล ซึ่งเป็นเอกสารประกอบที่อัยการฟ้องลูกเขยของตน จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดไม่ไปตรวจสอบกว่า 86 บริษัท
นอกจากนี้นายอุปกิต ยังได้ฝากหนังสือ เปิดผนึก ถึงนายรังสิมันต์ และนายอัจฉริยะ ว่าหากไม่ได้หวังผลทางการเมือง ก็ขอให้ช่วยตนตรวจสอบ กว่า 86 บริษัท ที่มีความเกี่ยวข้องกับบัญชียาเสพติดด้วย ในฐานะผู้ที่ให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นพิเศษ จึงขอให้ดำเนินการกับนิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่รับโอนเงินจากบัญชียาเสพติดในลักษณะเดียวกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าการดำเนินการต่างๆของคดีนี้เป็นไปด้วยความเป็นธรรม เสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีนัยยะทางการเมือง
อย่างไรก็ตามนายอุปกิต ได้กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ได้ออกหมายจับตนทั้งที่ไม่มีหน้าที่ เนื่องจากพ.ต.ท.มานะพงษ์ เป็นฝ่ายสืบสวนต้องส่งเรื่องให้ฝ่ายสอบสวนออกหมายเรียกก่อน และไม่เเจ้งผู้บังคับบัญชาว่าจะขอออกหมายจับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถือเป็นว่าผิดกระบวนการ ดังนั้นในวันนี้ตนจะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดกับพ.ต.ท.มานะพงษ์ ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ทั้งนี้นายอุปกิต ฝากถึงรัฐบาลรักษาการ และ รัฐบาลในอนาคตช่วยหาทางแก้ไขปัญหาการขายชายแดนอย่างถาวร เนื่องจากตนทราบมาว่าหลายบริษัทประสบปัญหาคล้ายกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในการโอนเงินที่ต้องใช้ Money Changer และย่อมมีผู้ที่ค้ายาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นรัฐบาลไทยจะต้องหาทางที่จะให้นักธุรกิจสามารถโอนเงินอย่างถูกต้องได้ เพื่อไม่ให้นักธุรกิจคนอื่นๆต้องเจอเหมือนกับตนเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews