กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ราว 100 ครั้งตลอดช่วงเวลา 9 ปี ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2018 ซึ่งในเวลานั้นพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย
กฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ของพรีเมียร์ลีก ถูกออกแบบมาเพื่อให้สโมสรใช้จ่ายเท่าที่พวกเขาได้รับ แต่สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการเพิ่มจำนวนเงินที่ได้รับหรือปกปิดจำนวนเงินที่ใช้ไป
จากการเปิดเผยของพรีเมียร์ลีกระบุว่า แมนฯ ซิตี้ ทำผิดกฎตลอด 9 ฤดูกาล โดยพวกเขาไม่ได้ให้ข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้อง
พวกเขาถูกกล่าวหาว่าไม่ได้เปิดเผยค่าจ้างทั้งหมดที่มอบให้กับผู้จัดการทีมในช่วงระยะเวลา 4 ปี เพราะงั้นอนุมานได้ว่ามีการพูดคุยสัญญาลับ และเป็นไปได้ว่าผู้จัดการทีมคนใดคนหนึ่งได้รับค่าจ้างมากกว่าที่ระบุไว้อย่างเป็นทางการ
พรีเมียร์ลีกยังกล่าวหาอีกว่า แมนฯ ซิตี้ ไม่ปฏิบัติตามกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ของยูฟ่า ในช่วงระยะเวลา 5 ปี และไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวนของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องร้ายแรงมากสำหรับเรือใบสีฟ้า
ด้าน แมนฯ ซิตี้ เองก็ได้ออกแถลงแถลงการณ์ถึงความบริสุทธิ์ เเละพร้อมให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่
โดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ ถือเป็นทีมมหาอํานาจแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างแท้จริง โดยคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ถึง 4 จาก 5 ฤดูกาลหลังสุด
เเต่อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ ต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน หากพบว่ามีความผิดในการละเมิดทางการเงินจริง โดยคณะกรรมการสอบสวนสามารถกำหนดบทลงโทษต่าง ๆ กับสโมสรที่กระทำความผิดไม่ว่าจะเป็น การยึดแชมป์คืน, การตัดแต้มคะแนน, การห้ามซื้อ-ขายผู้เล่น, การจำกัดการใช้จ่าย, เสียค่าปรับ และอาจร้ายแรงถึงขั้นถูกไล่ออกจาก พรีเมียร์ลีก เลยทีเดียว
วันนี้เราจะมาเปิดบทลงโทษที่ แมนฯ ซิตี้ อาจต้องเผชิญ หากมีความผิดจริง ดังนี้
– ห้ามแข่งขัน ตามกฏข้อที่ W51 ของ พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ อาจได้รับโทษในขั้นต้นด้วยการห้ามลงแข่งขัน แต่ถึงอย่างนั้นในทางปฏิบัติมันยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนว่ามันเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เปิดกว้างให้กับผู้ถือกฏ
-หักแต้ม ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดที่แมนฯ ซิตี้ จะโดนลงโทษด้วยการหักแต้มเช่นเดียวกับยูเวนตุส ที่ได้รับโทษเป็นการหักแต้ม 15 แต้มหลังมีการสอบสวนพบว่าพวกเขาก่อความผิดกับการซื้อขายนักเตะ
-ขับออกจากลีก ถือว่าเป็นโทษที่ค่อนข้างหนัก เพราะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก เพราะหากเกิดขึ้นก็ยังไม่รู้ว่าจะรับไปอยู่ลีกไหน ถ้าทำจริงมันก็จะกระทบไปยังลีกต่างๆ อีกด้วย หรืออาจจะต้องหลุดไปเล่นนอกลีกในเนชันแนล ลีก เหมือนกับคิวพีอาร์ ที่ไม่ยอมเสียค่าปรับเมื่อปี 2014
-การยึดแชมป์คืน ตามกฎข้อ W51 จะไม่ได้รวมการริบแชมป์เอาไว้สำหรับบทลงโทษ แต่มันยังเปิดช่องให้มีบทลงโทษที่หลากหลายตามมาจากการละเมิดกฎกติกา เพราะกฎข้อ W.51.10 ระบุเอาไว้ว่าคณะกรรมการสามารถ “ลงโทษเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม”
-เสียค่าปรับหรือปรับเงิน ตามกฏข้อ W.51.9 บอกเอาไว้ว่าคณะกรรมการสามารถ “สั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาจ่ายค่าปรับจำนวนหนึ่งได้หากพวกเขาคิดว่าเหมาะสมซึ่งอาจรวมถึงค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายของสมาชิกคณะกรรมการด้วย” ฉะนั้นแล้ว แมนฯ ซิตี้ จึงมีโอกาสได้รับโทษปรับเงินหากสุดท้ายแล้วมีการพิสูจน์ได้ว่าพวกเขากระทำผิดจริง
ทั้งนี้ ก็ต้องมารอลุ้นกันต่อไปว่าเหตุการณ์นี้จะลงเอยอย่างไร แมนฯซิตี้จะรอดจากความผิดนี้ไหม หรือ ถ้าไม่รอดจะโดนลงโทษหนักขนาดไหน แมนฯซิตี้ ต้องเอาความจริงมาพูดเพื่อต่อสู้เพื่อตนเอง
แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับสโมสรต่างๆที่ใช้เงินจากความร่ำรวย ที่ดันไม่สมดุลย์กับรายรับของสโมสร ต่อไป .
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews