เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 รายที่ถูกออกหมายจับหลังพบเป็นบุคคลที่อยู่ในคลิปวงจรปิด การตรวจค้นคอนโดมิเนียมหรูย่านห้วยขวางเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 หลังจากที่เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ได้เข้าค้นบ้านพักของอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู ย่านสาทร ในวันเดียวกัน
ภายหลังจากที่ศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาบุกรุกเคหสถาน และร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานยามวิกาล ในช่วงบ่ายวานนี้เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย ได้ติดต่อเข้ามอบตัว และเข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นชุดทำงานของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สโมสรตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลถึงปฏิบัติการในวันดังกล่าว
โดยการออกหมายจับในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้เชิญตัวเจ้าหน้าที่ของสถานทูตนาอูรู 2 คน เข้ามาให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าค้นคอนโดมีเนียม ซึ่งเป็นการปฏิบัติการโดยไม่มีหมายค้นและเป็นการตรวจค้นในยามวิกาล
“ซึ่ง 3 คนเนี่ย เป็น 3 คน ที่เข้าไปค้นในคอนโดที่พัก อพาร์ทเม้นท์นะครับ ของกงสุลนาอูรู ซึ่งได้เดินทางกลับประเทศไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เนี่ย การดําเนินคดีความผิดคือหนึ่งเรื่องแรก เรื่องลักทรัพย์ สองเรื่องบุกรุกนะครับ แต่เรื่องนี้ก็ต้องมาไล่ต่อว่า เจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลนาอูรูเนี่ย อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องทําต่อนะครับ ว่าผู้หญิงที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจําสถานกงสุลนาอูรูเนี่ย ที่อยู่มา 20 ปี เนี่ย ทําไมถึงไปประสานดีเอสไอและให้ดีเอสไอมาค้นบ้านหลังนี้นะครับ”
ด้านพลตํารวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่มีข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือและมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการโอนเงิน เพราะเป็นการจ่ายเงินสดทั้งหมด
ซึ่งเงินจํานวนดังกล่าวจะได้คืนไหมนั้น พลตํารวจเอกสุรเชษฐ์ ยอมรับว่ายากเพราะทุกคนมีส่วนได้เหมือนกัน โดยเงินจํานวน เกือบ10 ล้าน เชื่อว่ามีการแบ่งเท่ากันหมด จึงทําให้ไม่กล้าที่จะโยนความผิดไปให้ใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนจึงต้องการไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น
“คือจํานวนเงินก็เรียนตรงว่ายากนะครับ ยากเพราะอะไร เพราะทุกคนเนี่ยมีส่วนหมด เงินจํานวน 8 ล้าน 9 ล้านเนี่ย วันนี้ผมเชื่อว่า กระจายแบ่งกันหมดนะ เมื่อแบ่งกันทุกคนถึงไม่กล้าโยนให้ใครนะครับ ทุกคนก็เงียบหมดนะ ขอให้การในชั้นศาล แต่ไม่เป็นไรนะครับ วันนี้เนี่ยกําลังมาไล่ต่อนะ เดี๋ยวก็ต้องมี วันนี้เราพบความผิดปกติอยู่นะครับ”
อย่างไรก็ตาม พลตํารวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล กล่าวทิ้งท้ายว่า เบื้องต้นพบความผิดปกติและจะเร่งสืบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าเงินอยู่หรือได้มาอย่างไร และที่สําคัญคือเหตุใดเจ้าหน้าที่สถานกงสุลถึงให้ไปค้นสถานที่ดังกล่าว อาจเกี่ยวข้องกับการทําวีซ่าปลอมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ต้องขอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนเสียก่อน คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานจะสรุปคดีนี้ได้ทั้งหมด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews