เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงผลปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านแอปพลิเคชั่นชื่อ “Self service” และ แอปพลิเคชันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกว่า 40 แอปพลิเคชั่น
ซึ่งมีพฤติการณ์ในการปล่อยเงินกู้ เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ส่งข้อความข่มขู่คุกคามผู้เสียหาย ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มทุนชาวจีนอยู่เบื้องหลัง โดยเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชั่นดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 20 หมาย ผู้ต้องหา 19 ราย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถตรวจยึดของกลางได้ รวม 7 รายการ ประกอบด้วยสมุดบัญชีเงินฝาก คอมพิวเตอร์ บัตรอิเล็คทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด เราเตอร์ อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ และได้อายัดบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้อง จำนวน 33 บัญชี ยอดเงินกว่า 5 ล้านบาท
“ก็เป็นแอปพลิเคชั่นที่ทำโดยชาวจีน ก็เหมือนเดิมอีก ก็ชาวจีนอีก ที่มาพำนักในประเทศไทย โดยการใช้วีซ่าเข้ามาพำนักในประเทศไทย 90 วัน แล้วก็เข้ามาก่อเหตุนะครับ โดยการทำแอปพลิเคชั่นขึ้นมานะครับ นะ แอปพลิเคชั่นดังกล่าวเนี่ย เอ่อ ก็เป็นแอปพลิเคชั่นที่เอ่อ ให้คนไทยเนี่ยเข้าไปกู้ยืมเงินนะครับ แต่ในแอปพลิเคชั่นเนี่ยจะมีอยู่ 2 ชื่อนะครับ นั่นก็คือ กระเป๋าให้ท่านมีที่ยืม นะ แล้วก็ Self service นะครับ เวลาเข้าแอปแล้วเนี่ย แอปพลิเคชั่นเหล่านี้ก็จะมีแอปพลิเคชั่นย่อยๆอีก ประมาณ 40 แอปพลิเคชั่นนะครับ นะ เพราะฉะนั้นดอกเบี้ยที่คิดนะมีอัตราสูง ดอกเบี้ยเนี่ย ร้อยละ 2000 ต่อปี ร้อยละ 2080 บาทต่อปีนะ หรือว่า ร้อยละ 40 ร้อยละ 40 ต่อเดือน นะ ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่สูงมากนะครับ เวลาประชาชนคนไทยเข้าไปแล้วเนี่ย เอ่อ ก็จะถูกแอปพลิเคชั่นเหล่านี้บันทึกข้อมูลเอาไว้ทั้งหมดนะครับ รวมถึงข้อมูลของคนข้างเคียงด้วยนะครับ คนรอบข้างนะครับ”
โดยภายในระยะเวลา 6 เดือน กลุ่มคนร้ายใช้บัญชีธนาคารกว่า 30 บัญชี ในการกระทำความผิด มียอดเงินหมุนเวียนสูงถึง 2,500 ล้านบาท เมื่อได้กำไรจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบแล้วจะรีบโอนเงินออกเป็นทอดๆ ในระยะเวลาที่รวดเร็ว
นอกจากนี้ ทั้งสองแอพลิเคชั่นมีการนำกำไรดังกล่าวไปซื้อเป็นเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สินค้าและบริการ เพื่อให้ยากต่อการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่
ส่วนในคดีทุนจีนตู้ห่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า ในส่วนของตนกำลังเร่งรัดการสืบสวนอยู่ ทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน การเชื่อมโยง เพื่อจะเอาพยานหลักฐานไปมัดตัวให้ครบ
“วันนี้ก็มีความชัดเจนขึ้น โดยที่มีท่านอัยการสูงสุดกับคณะอัยการทั้งหมดมาเป็นที่ปรึกษานะครับ นะ วันนี้สำนวนก็ เรียกได้ว่าก็เข้าสู่กรอบของแนวทางแล้วนะครับ นะ ก็เหลือแต่เรื่องการรวบรวมพยานหลักฐานที่จะเอ่อ มัด เอ่อ ตัวผู้ต้องหา ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด วันนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวลนะครับ นะ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews