ภาพเหตุการณ์ ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เรื่องการ นำหลักฐานมาเข้าพบพนักงานสอบ บก.ปอท.
เพื่อตรวจสอบ โน้ส อุดม แต้พานิช จากกรณีพูดล้อเลียนหรือพาดพิงรัฐบาลในทอล์คโชว์เดี่ยว ไมโครโฟน 13
โดยในระหว่างที่ นายศรีสุวรรณ กำลังยืนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน อยู่นั้น ได้มี นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือ ลุงศักดิ์ อายุ 62 ปี กลุ่มคนเสื้อแดง บุกเข้ามาชกหน้า นายศรีสุวรรณ จนเกิดการชุลมุนนานร่วม 10 นาที ก่อนจะมีช่างภาพสื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าห้ามปรามแยกออกจากกัน และตำรวจกองปราบปราม ที่ดูแลสถานที่ ได้พาตัวนายศรีสุวรรณ เข้าไปด้านในอาคาร
นายวีรวิชญ์ กล่าวย้ำว่า ตนเองตั้งใจที่จะมาตบสั่งสอน ศรีสุวรรณ เพราะไปร้องทุกเรื่องรู้สึกรำคาญ และการเดินทางมาครั้งนี้มีตำรวจบางนาย ฝากมาตบด้วย แต่ไม่สามารถจะบอกชื่อได้ และพร้อมที่จะถูกดำเนินคดี โดยให้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตาม นายวีรวิทย์ยังยอมรับว่าตนเองคือบุคคลที่เคยบุกตบ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน มาแล้ว
“แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สนิทกับผมเขาก็ฝากมาตบด้วย แต่ผมไม่เอ่ยชื่อ ตบครั้งนี้ผมกราบขอโทษสำนักงานปอท. ที่ผมมาทำอะไรตรงนี้เพราะไม่มีโอกาสเลย ผมเฝ้ามา แอบดู มึงจะไปร้องอะไรบ้าง นะครับ ประเด็นนี้เมื่อเช้าผมยอมทิ้งงาน รอมาแล้วตั้งแต่ 30 มันจะแจ้งจับลูกหลานพี่น้องประชาชนไปชุมนุม ผมตบเพื่อสั่งสอนให้มันรู้ว่าคนเห็นต่างก็มี อย่าเลียจนเกินไป ผมอายุ 62 ปี จะเป็นอะไรผมผมไม่ mind ผมไม่แคร์ผมอยากให้เห็นว่า ประชาธิปไตยทุกคนต้องยอมรับความคิดต่าง แต่มึงอย่าเกินเลยจนเกินไป หลายปีมานี้นายนี่เป็นนักร้องดังกว่านักร้องRap น้องร้องลูกทุ่ง เกินไป เหตุผลนี้ผมจึงมาตบสั่งสอน ผมตั้งใจแบบนี้จริงๆ ถ้าผมถูกดำเนินคดีผมพร้อมที่จะเข้ากระบวนการยุติธรรม”
หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแล้ว นายวีรวิชญ์ได้เดินทางออกจากกองปราบปรามไปในทันที
ขณะที่ นายศรีสุวรรณ ได้เข้าไปยื่นหนังสือร้องตรวจสอบ โน้ส อุดม ก่อนที่จะเข้าพบ พ.ต.ท.สิทธิเดช หาญจริง สว.(สอบสวน) กก.1. บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำวัน ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับเปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่า ไม่เจ็บอะไรเท่าเจ็บใจ ส่วนตัวไม่เคยรู้จักคนก่อเหตุเป็นการส่วนตัวแต่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเป็นผู้สื่อข่าวหรือไม่ เพราะพยายามเดินเข้ามาหา
เห็นผิดสังเกตก็เลยพยายามกันตัวออกแต่ว่าเนื่องจากเขาตั้งใจที่จะมาทำร้าย ก็เลยโดนชกที่ปลายคาง ตอนนี้มีอาการเจ็บ ซึ่งตนเอง ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่กองปราบปรามจากนี้ก็จะนำบันทึกประจำวันไปแจ้งความดำเนินคดีที่สนพหลโยธิน ข้อหาทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 และจะได้ให้สนพหลโยธินทำเอกสารส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีที่ สน.พหลโยธิน พร้อมระบุว่า หลัง
จากนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเพราะที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยมีเพื่อนไปด้วยแต่หลังจากนี้คงต้องมีเพื่อนติดตามไปด้วย
“ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็ถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญที่เราจะต้องดำเนินการ แต่ว่าถามว่าท้อไหม? ไม่ครับ คนอย่างศรีสุวรรณไม่มีคำว่าท้อเรื่องประเภทนี้ เราก็คงทำหน้าที่ของเราต่อไปไม่หยุดไม่หย่อนนะครับ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลหรือใครจะมาเป็นฝ่ายค้านฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ผมก็ทำหน้าที่ของผมมาโดยตลอด พี่ๆสื่อมวลชนก็รู้กันมาโดยตลอดอยู่แล้ว”
หลังจากนั้น นายศรีสุวรรณ ได้เดินทาง เข้าแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน เพื่อ ดำเนินคดีกับ บุคคลที่บุกมาชกหน้า
ขณะที่ นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษา ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ย้ำว่า วันพรุ่งนี้ (19 ต.ค.65) ยังยืนยัน จะไปร้องตรวจสอบ โน้สอุดม ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตามกำหนดเดิม โดยมีประเด็นที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรวม 15 ประเด็น และยืนยัน ไม่กลัวว่าจะถูกบุกทำร้ายร่างกายเหมือน ศรีสุวรรณ เพราะหากมีใครจะเข้ามาชก ก็จะชกก่อน แน่นอน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews