ลุงกู้เพิ่ม ดันหนี้พุ่ง
หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ เรื่อง แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2566 เน้นการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และรองรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เกิดจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
ตลอดจนสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน โดยแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2566 ประกอบด้วย แผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 1,052,785.47 ล้านบาท ได้แก่ การก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล วงเงิน 819,765.19 ล้านบาท และการก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ วงเงิน 233,020.28 ล้านบาท ทำเอาหลายฝ่ายกังวลถึงตัวเลขหนี้สาธารณะ จะอยู่ที่ร้อยละ 60.43 แม้จะยังอยู่ใต้กรอบวินัยการเงินการคลังไม่เกินร้อยละ 70
โดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการปรับแผนหนี้สาธารณะในปี 2566 ซึ่งจะทำให้เพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีแตะที่ระดับร้อยละ 60 ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะการเพิ่มหนี้ เพื่อใช้ช่วยคนมีฐานะอ่อนไม่สามารถช่วยตัวเอง กับการลงทุนเพิ่มรายได้ เป็นส่วนที่แตกต่างกัน เพราะการกู้เงินมาลงทุนจะทำให้มีรายได้กลับมา ทำให้รัฐบาลสามารถมีวงเงินในการใช้หนี้ที่กู้ยืมมาได้ แต่การเน้นการสร้างหนี้เพื่อการอุปโภค
จนล่าสุดทำให้บัตรคนจนมีประชาชนเพิ่มเกือบ 20 ล้านคน จะเป็นการสร้างภาระหนี้ น่าเป็นห่วงมาก เพราะไม่มีรายได้ตอบแทนกลับมา และอาจทำให้ภาครัฐต้องแบกรับภาระในระยะยาว และถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตาในอนาคตว่าจะหารายได้จากส่วนใดมาทดแทนวงเงินที่กู้ยืมมา
ซึ่งความเห็นของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ห่วงเรื่องการใช้หนี้คืนในระยะยาว ที่อาจเป็นภาระต่อรัฐบาลในช่วงเวลาที่ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้หากไม่มีเม็ดเงินลงทุนต่อยอดในการหารายได้เข้าสู่ภาครัฐ ซึ่งประชาชนคงได้แต่เอาใจช่วยและติดตามว่าภาระหนี้ดังกล่าวจะสามารถชำระคืนได้ในระยะเวลากี่ปี
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





