Home
|
ข่าว

“นฤมล” คาด กนง.เล็งขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบปีนี้

Featured Image
“นฤมล”คาด กนง.เล็งขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบปีนี้ ชี้แนวโน้มเงินเฟ้อยังเพิ่มเร่งดูแลกลุ่มเปราะบาง

 

 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นถึงกรณีมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน? (กนง.) เมื่อ 10 ส.ค.65 เห็นชอบปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.5% เป็น 0.75% เพิ่มขึ้นเพียง 0.25%

 

ตามเสียงส่วนใหญ่ 6 ท่าน อีก 1 ท่านเห็นว่าควรขึ้น 0.5% เพราะเกรงว่าจะต้องไปเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต นั้นเหตุผลหลักที่ปรับขึ้นเพราะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษในช่วงที่ผ่านมาจึงมีความจําเป็นลดลงตามไปด้วย

 

ทั้งนี้ กนง.เองยังเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 2566 ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ดีเกินกว่าประเทศอื่นไปมาก อย่างเช่น ธนาคารกลางอังกฤษคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ในการที่อัตราเงินเฟ้อจะลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมาย

 

ถ้าไม่สามารถลดลงเข้ากรอบเป้าหมายภายในสิ้นปี ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในภายหลัง อย่างไรก็ดี กนง. ก็ได้ระบุไว้ด้วยว่า จะติดตามพัฒนาการเงินเฟ้อและการส่งผ่านต้นทุน รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์อย่างใกล้ชิด

 

น.ส.นฤมล? ระบุว่า ต้องขอบคุณธนาคารพาณิชย์ ธนาคารของรัฐ และสมาคมธนาคาร ที่ต่างออกมาประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยประคองภาระหนี้ของผู้กู้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารทั้งหลายคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปให้ได้ไปถึงแค่สิ้นปีนี้ นอกจากนี้ หากอัตราเงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กนง. อาจจะขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบในปีนี้เช่นกัน

 

ดังนั้น? ที่ยังน่าเป็นห่วง คือ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมหรือ SMEs ในสาขาธุรกิจที่ฟื้นตัวช้า พร้อมกันนี้? ยังแนะนำผู้อ่านที่มีภาระหนี้ ก็ควรหาความรู้เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง) ธปท โทร.1213 https://www.1213.or.th/th/Pages/debtrestructuringprojects.aspx

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube