ครม.ไฟเขียวเยียวยาม.39,40 พื้นที่แดงเข้ม29จังหวัด

เศรษฐกิจ ข่าว
ครม. อนุมัติวงเงิน 33,471 ล้านบาท เยียวยา ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 ในพื้นที่ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้เห็นชอบกรอบวงเงิน 33,471 ล้านบาท เยียวยา ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐตามข้อกำหนดฯ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยช่วยเหลือค่าครองชีพ คนละ 5,000 บาท รวมทั้งสิ้น 6,694,201 คน

โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
1. พื้นที่ดำเนินการ 29 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา ระยอง ราชบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี ตาก อ่างทอง นครนายก สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี

2. กลุ่มเป้าหมายรวมประมาณ 6,694,201 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 1,436,171 คน และมาตรา 40 จำนวน 5,258,030 คน

3. คุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่มีสัญชาติไทย สถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ในฐานทะเบียนประกันสังคม ที่มีสถานะ A (Active) ณ วันที่ 31 ก.ค. 2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด) หรือ ณ วันที่ 3 ส.ค. 2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 16 จังหวัด) กรณีเป็นผู้สมัครเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ในฐานทะเบียนประกันสังคมที่มีสถานะรอชำระเงิน W (Wait) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564

4. วิธีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 จะโอนเงินให้กับผู้ประกันตนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) เฉพาะที่ผูกบัญชีกับเลขประจำตัวประชาชน

โฆษกรัฐบาล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ครม. ยังให้กระทรวงแรงงาน เร่งตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือตามเป้าหมาย เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน รวมทั้งขอให้โอนเงินให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนตาม ม. 39 แล ะม. 40 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวดใน 10 จังหวัด ก่อนระยะเวลาที่กำหนด ภายในวันที่ 24 ส.ค. 2564 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 ที่รุนแรงและได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ครม. ปรับโครงการเยียวยา ม. 33 เปลี่ยนชื่อเป็น โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 และเพิ่มกรอบวงเงินจำนวนทั้งสิ้น17,050.4145 ล้านบาท ครอบคลุม 29 จังหวัดแดงเข้ม

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้สำนักงานประกันสังคม ปรับปรุงรายละเอียดสาระสำคัญของโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้

(1) เปลี่ยนชื่อโครงการ ฯ เป็น โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากเดิม โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

(2) ขยายพื้นที่ดำเนินการจาก 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด โดยเพิ่มเติม 16 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง

(3) กรอบวงเงินโครงการ จากเดิม 15,027.6860 ล้านบาท เป็น 17,050.4145 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2,022.7285 ล้านบาท

(4) ขยายระยะเวลาให้นายจ้างในพื้นที่ 3 จังหวัด ตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 28 และ 16 จังหวัด ข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 30 สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ได้ โดยสำนักงานประกันสังคมจะ ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2564 นี้

 

ครม.อนุมัติงบ ค่าตอบแทนบุคลากรทางการเแพทย์ – ด่านหน้า กรอบวงเงิน 12,669,218,300 บาทเศษ พร้อมอนุมัติงบ ค่าใช้จ่ายฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาล 1,877 ล้าน ครอบคลุม มิ.ย.- ก.ย. 2564

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการอนุมัติกรอบวงเงิน เพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19 ซึ่งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบวงเงินไปแล้วส่วนหนึ่ง ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทเศษ เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรด้านหน้า ทั้งค่าเสี่ยงภัยค่าล่วงเวลา OT ค่าตอบแทนคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาบุคคลภายนอก ค่าอำนวยการและสั่งการเชิงบูรณาการ และค่าจ้างเหมาบริการอื่นๆ ซึ่งเดิมกำหนดระยะเวลาการจ่ายไว้ เดือนเมษายน-มิถุนายน แต่ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขยังคงต้องปฏิบัติต่อเนื่อง ในวันนี้จะมีการอนุมัติค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อใช้ในระยะเวลาเดือนกรกฎาคม ถึงกันยายน 2564 กรอบวงเงิน 12,669,218,300 บาทเศษ โดยจะเป็นการใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางปีงบประมาณ 2564

นอกจากนี้ ยังมีการอนุมัติการแก้ไขการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19 ในส่วนของการดำเนินการฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาล โดยมีการอนุมัติวงเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,877 ล้านบาทเศษ โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้อง ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีบุคลากรเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อเป็นการสนับสนุน โดยกรอบระยะเวลา ครอบคลุมตั้งแต่เดือนมิถุนายน -? กันยายน 2564

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news