นายกฯหารือ ครม. โครงการ จับคู่กู้เงิน ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร พร้อมอนุมัติเงินกู้เป็นค่าใช้จ่ายจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการหารือของคณะรัฐมนตรี ถึง โครงการจับคู่กู้เงิน ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารและภัตตาคาร ที่มีอยู่ 12,000 ทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงมาตรการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูซอฟโรล ที่สามารถดำเนินการผ่านสถาบันทางการเงินได้ โดยร่วมมือกับ บสย. SME Bank ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน
ในการปล่อยเงินกู้ในกรณีพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ เงื่อนไขพิเศษ ปลอดหลักทรัพย์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ต้องปิดกิจการ หรือปลดลูกจ้าง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนปัญหาเรื่องการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นข่าว การกดยอมรับในแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ตนได้ให้กระทรวงการคลังชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีการอนุมัติเงินกู้ ตามพ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ใช้บริการตรวจคัดกรอง และดูแลผู้ป่วยโควิด -19 เช่นชุดตรวจโควิดแบบพกพา เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนในเลือด เครื่องช่วยหายใจ รถพยาบาล อุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นสูง โดยรัฐบาล ยืนยัน ใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยปัจจุบันสถานการณ์เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว 984,000 ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้วกว่าร้อยละ 73 และยังคงเหลือเงินกู้อีกประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องเก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อสำรองลดค่าน้ำ ค่าไฟให้ประชาชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบ การจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 10,000 อัตรา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด -19 วงเงินงบประมาณ 2,200 ล้านบาท โดยจะเปิดรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจบใหม่ หน่วยงานราชการที่มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค โดยจะได้รับค่าตอบแทน 18000 บาทต่อเดือน มีสัญญาการจ้างงานไม่เกิน 1 ปี และได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าพนักงานราชการปกติ รวมไปถึงเงินประกันสังคม ที่รัฐบาลจะไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นายกฯ เผย ครม. รับทราบมติที่ประชุม ศบค. เตรียมเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ของ 10 จังหวัดนำร่อง เริ่มจาก ภูเก็ต sandbox
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ที่ประชุม ครม. รับทราบมติ ที่ประชุม ศบศ. เตรียมการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติของ 10 จังหวัดนำร่อง ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปี 2564 โดยเริ่มจากภูเก็ต sandbox เพื่อรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว 2 โดส ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ภูเก็ตมีได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มแล้ว 400,000 คน ซึ่งมากกว่าร้อยละ 60 ของประชากรทั้งหมด โดยจะมีการติดตามคัดกรองของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด
ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน อย่างน้อย 14 วัน ก่อนการเดินทาง และใบอนุญาตเข้าประเทศอย่างถูกต้อง มีการตรวจโรคระหว่างการเข้าพักอาศัยในพื้นที่ และภูเก็ตเอง จะถูกนำมาประเมินผลและเป็นพื้นที่นำร่อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำข้อมูลไปหารือ เพื่อความปลอดภัยด้านข้อมูลสาธารณสุข และเศรษฐกิจโดยพร้อมกัน ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ และจะนำกลับมาให้ ครม. พิจารณาอนุมัติอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กังวลเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกร ว่าจะทำอย่างไร ให้สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งตนก็ได้สั่งมอบนโยบายไปแล้วว่าจะต้องดำเนินการเร่งรัดกิจกรรมในช่วง 1 ปีที่เหลืออยู่ในรัฐบาล และเตรียมพร้อมส่งต่อให้กับรัฐบาลต่อๆ ไป ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนงาน 1 ปี และแผนงานระยะปานกลาง 3 ปี และยุทธศาสตร์ชาติ 5 ปี ซึ่งเป็นความต่อเนื่องและสอดคล้อง รัฐบาลใด จะเข้ามาดำเนินการก็ว่ากันไปตามนั้น ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะไม่เกิดการต่อเนื่อง ก็จะไม่สามารถทำได้
ตนไม่ได้ขัดข้องแผนงานโครงการที่เสนอขึ้นมา แต่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและคัดกรอง โดยคณะอนุกรรมการ หลายระดับทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีส่วนร่วมในการพิจารณาแผนงานโครงการทั้งสิ้น ยืนยันว่า ไม่ต้องการให้เกิดประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น แต่ประโยชน์ต้องตกอยู่กับประชาชนคนไทยทุกคน ให้เกิดความทั่วถึงและเป็นธรรม
นายกฯ เผย ภาพรวมการส่งออกมหภาค ยังดีอยู่ มีการส่งออกมากขึ้น พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ ย้ำรัฐบาลแก้ไขได้ทุกอย่าง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวยินดีว่าเศรษฐกิจในภาพรวมการส่งออกมหภาคยังดีอยู่ มีการส่งออกมากขึ้นในปัจจุบัน และสถานการณ์ในหลายประเทศก็มีการฟื้นฟูบ้างแล้ว ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ โดยจากการประเมินของหน่วยงานต่างประเทศ ก็ประมาณว่าในปี 2565 หลายอย่างจะดีขึ้นในทุกภูมิภาค จึงต้องเดินหน้าไปสู่เป้าหมายอย่างท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ จึงต้องหวังพึ่งเศรษฐกิจรอบบ้าน ซึ่งมีสถิติสูงขึ้น กว่า 20% ถ้า500,000 ล้าน ในช่วง 4 เดือน ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งเป้าไว้ประมาณ 1 ล้านล้านบาทจากเศรษฐกิจชายแดน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์รอบประเทศ
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้มีการประชุมกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทั้งจี 7 จี 10 และหลายเวทีโลก ประชุมหารือเศรษฐกิจในอนาคตจึงต้องมีการเตรียมการให้พร้อมในการรับมือพันธสัญญาต่างๆ ที่มีอยู่ อยู่ในห่วงโซ่ของเขาทั้งหมด ทั้งในการค้าการลงทุนมีกติกามากมายที่ออกมา จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมต้องเข้มแข็ง ต้องอดทนต้องเพิ่มขีดความสามารถของตนเองไปด้วย ให้สอดคล้องกับมาตรการต่างๆที่จะออกมา
จึงจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ใน 1 ปี ว่า จะต้องแก้ปัญหาอะไรไปแล้วบ้างอยากเป็นรูปธรรม แผนงานทั้งหมดไม่ใช่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดไปเสียทั้งหมด แต่เป็นการนำเสนอมาจากข้างล่าง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายการเมืองข้าราชการ เราทิ้งกันไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบการบริหารจัดการ
ส่วนกรณีการแก้ไขปัญหาให้กับโรงแรมและผู้ประกอบการต่างๆ ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องการจดทะเบียนซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักพัก เพื่อเตรียมการรับการท่องเที่ยวในปีหน้า ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เนื่องจากเป็นปัญหากดทับมายาวนาน รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้ครู ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทั้งสิ้น ต้องขอเวลาเพราะมีหนี้จำนวนมากคนจำนวนมาก แค่จะมีงบประมาณจำนวนจำกัด ทำอย่างไรจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุด และไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง นี่คือสิ่งที่เราทำงานอย่างรอบคอบ
รัฐมนตรีอยู่มาหลายปี ทราบดีว่าตนมีความตั้งใจอย่างไร มีเจตนารมณ์อย่างไร ขอเพียงความเข้าใจ ตนไม่สามารถบังคับอะไรใครได้ ตนรับฟังประชาชนทุกคน ต้นยืนยันด้วยความมุ่งมั่นของตนและคณะรัฐมนตรี จะดำเนินการให้ดีที่สุด อะไรที่เป็นปัญหาซับซ้อนและเป็นมาอย่างยาวนาน ก็ขอให้ไปดูว่ารัฐบาลกินทุกวันมาแก้ไขหรือเปล่า ส่วนจะแก้ได้มากน้อยเพียงใด หลายอย่างเกี่ยวข้องกับกฎหมายกฎกระทรวง รัฐบาลก็แก้ได้ทุกอย่าง ขอเพียงความเข้าใจ ความร่วมมือ คนขอเท่านั้น ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังตัวและข้าราชการทุกคน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขบุคลากรทางการแพทย์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news