ฮั้ว สว.ฉากทัศน์แย่ที่สุด “ล้างทั้งสภา-ล้มรัฐบาล”

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อัพเดทความคืบหน้า มหากาพย์คดีฮั้ว สว.ยืนยันหนักแน่นว่า จะจบในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมย้ำว่าการพิจารณา ดำเนินการโดยอิสระ ปราศจากการชี้นำ หรือแทรกแซงจากบุคคลหรือฝ่ายใด และจะยึดถือข้อเท็จจริง พยานหลักฐานเป็นสำคัญ

 

 

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน รวมถึงภาคประชาชน และกลุ่มอดีตผู้สมัคร สว.ยังคงเดินหน้า เปิดข้อมูล พยานหลักฐาน รวมถึงเส้นเงินของการฮั้ว สว.อย่างต่อเนื่อง “พริษฐ์ วัชรสินธุ” นำพยานบุคคล ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ และข้อสังเกตเกี่ยวกับการเลือก สว. มีการยืนยันว่า แจ้งเลขาฯ กกต.แล้วถึงการพบพิรุธเลือก สว. แต่ได้รับคำตอบว่า “ใครๆ เขาก็ทำ” จึงทำให้ ไม่มั่นใจว่า กกต.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ถ้า กกต.ไม่ส่งฟ้องไปที่ศาล ยกคำร้องทั้งหมด หรือ ยกคำร้องบางคน ใน ฐานะ สส.จะ ดำเนินคดีกับ กกต.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนติดแฮชแท็ก #สั่งฟ้องสว.เพื่อแสดงให้เห็นว่าประชาชนจับตาคดีนี้อยู่

สัปดาห์ที่ผ่านมา “ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม” ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และเป็นอดีต สว.ประเมินฉากทัศน์ คดีมหากาพย์ฮั้ว สว.เอาไว้น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยระบุ “วิกฤตศรัทธากำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟลามทุ่ง เมื่อพยานหลักฐานพาดพิงบุคคลจำนวนมาก หากกกต.ส่งเรื่องนี้ไปถึงศาล สิ่งแรกที่จะตามมาคือคำสั่งสั่งพักงาน แม้ในทางกฎหมายผู้ถูกกล่าวหาจะยังมีเกราะคุ้มกันในฐานะผู้บริสุทธิ์ แต่การหายไปของสมาชิกวุฒิสภาหลักสิบ หรือหลักร้อยคน จะบีบให้กลไกนิติบัญญัติเข้าสู่สภาวะ “พิการ”ในชั่วข้ามคืน การขับเคลื่อนวาระสำคัญระดับชาติ การโหวตเห็นชอบองค์กรอิสระ การรื้อโครงสร้างรัฐธรรมนูญ หรือการตรวจสอบฝ่ายบริหารจะสะดุด และหากคนที่ถูกสั่งพักงานนั่งเก้าอี้ประธานสภา หรือกรรมาธิการชุดสำคัญ ความชอบธรรมในการใช้อำนาจก็จะกลายเป็นสุญญากาศทันที

ร้ายแรงไปกว่านั้น เมื่อตัวจริงถูกสอย กลไกปกติจะบังคับให้เลื่อน “ตัวสำรอง”ขึ้นมาเสียบแทน แต่หากโพยฮั้ว และการระดมคนลงคะแนนถูกจัดตั้งมาเป็นขบวนการเดียวกัน การดันตัวสำรองขึ้นมาก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุดจากโรงงานเดิม การล้างไพ่เพื่อจัดกระบวนการเลือกใหม่ในบางพื้นที่หรือทั้งระบบ จึงอาจเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่เพื่อกู้ซากความน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ แรงสั่นสะเทือนอาจไม่ได้จบอยู่แค่สภาสูง เพราะหากศาลไล่เส้นทางเงิน และสืบสาวไปถึง “ตัวการใหญ่”ที่คอยชักใยอยู่หลังม่าน ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กการเมือง รัฐมนตรี หรือพรรคการเมือง คดีฮั้วระดับชาติ จะถูกยกระดับสู่คดีอาญา การฟอกเงิน และอาจนำไปสู่เดดล็อกทางการเมือง หรือลุกลามไปถึงการปรับคณะรัฐมนตรี หรือการยุบสภาล้มกระดานก็ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนครั้งมโหฬารทันที

ดังนั้น การตัดสินใจของ กกต. จึงถูกจับตาเป็นพิเศษ สังคมกำลังตั้งคำถามส่งไปยังผู้ทำหน้าที่องค์กรอิสระ ว่า หากพยานหลักฐานมัดแน่นจนถึงขั้นส่งศาลได้ เหตุใดจึงปล่อยผ่านให้คนเหล่านี้มาสร้างความเสียหายตั้งแต่แรก ความล่าช้า และรอยรั่วของการตรวจสอบของ กกต.อาจกลายเป็นสึนามิลูกใหญ่ ที่ย้อนกลับมาถล่ม กกต.ผ่านการถูกฟ้องร้องตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจไปถึงขั้นมีคนต้องติดคุก

จะว่าไปแล้ว ฉากจบที่เลวร้ายที่สุดของมหากาพย์ฮั้ว สว. อาจไม่ใช่แค่การสูญเสียสถานะของ ส.ว.ส่วนใหญ่ แต่จะเป็น”วิกฤตความชอบธรรม” ทั้งระบบ ของการได้มาซึ่ง สว. และจะลุกลามสู่ องค์กรอิสระ รวมถึงพรรคการเมือง และรัฐบาลด้วย ดังนั้น การส่งศาล การให้กระบวนการยุติธรรม เป็นมีดหมอ ผ่าตัดเนื้อร้ายนี้ อาจเป็นทางออกเดียว ที่จะคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ได้ ….

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่