กมธ. ป.ป.ช. แจงกรณี กมธ.กฎหมายฯ ชี้พิรุธเปลี่ยนผู้จ้างรับจ้างสอบท้องถิ่น ปี 67 ส่วนกรณีบรรจุ 97 คน แก้คะแนนสูงขึ้นเป็นช่องว่างทางกฎหมาย พรรคภูมิใจไทยเตรียมร่างกฎหมายเสนอสภาฯ ปิดช่องเข้าข่ายทุจริตไม่ได้รับราชการทั้งหมด
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แถลงข่าวประเด็นที่ประธานคณะ กมธ.การกฎหมายฯ ได้เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผู้จ้างรับจ้างในการจัดสอบแข่งขันท้องถิ่น จากเดิมมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว นั้นในปี 2566 ตนในฐานะ สส.จังหวัดศรีษะเกษได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องในจังหวัดศรีสะเกษว่า ในการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีนายหน้ามาพูดกับพี่น้องในจังหวัดว่า หากต้องการรับราชการส่วนท้องถิ่น ให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการเข้ารับราชการ จึงเป็นที่มาของการนำพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งมาร้องเรียนที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ดังนั้น ในวันที่ 26 มกราคม 2567 กระทรวงมหาดไทย จึงจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 5 หน่วยงาน ภาคีเครือข่ายการป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตการสอบแข่งขันท้องถิ่นเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567 ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการยกเลิกไม่ให้มหาวิทยาลัยบูรพาจัดสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้อเท็จจริงคือ ในปี 2562 และ 2564 มีการจัดสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นสองครั้ง โดยมีผู้รับจ้างจัดสอบแข่งขัน คือ มหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงข้อพิรุธในการจัดสอบแข่งขัน เมื่อตนรับทราบว่ามหาวิทยาลัยบูรพาจะเป็นผู้รับจ้างการจัดสอบแข่งขันอีกครั้งจึงได้นำพี่น้องประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษมาร้องเรียนที่กระทรวงมหาดไทย
จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนผู้รับจ้างดังกล่าว ซึ่งตนได้ไปให้ปากคำต่อคณะกรรมการของ สถ. ตั้งแต่ปี 2567 แม้กระทั่งในช่วงเวลานี้ มีพี่น้องประชาชนจ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านได้ไปแจ้งความที่จังหวัดศรีษะเกษทั้งหมด 19 คดี เมื่อผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าจะมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้ติดต่อเพื่อนำเงินไปคืนให้กับผู้เสียหายเหล่านั้น จึงขอยืนยันว่ากระบวนการโกงสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต แต่มีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนน้อยมาก ทำให้จับผู้ร่วมขบวนการไม่ได้ แต่ในปี 2568 มีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และมีการแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้สาธารณชนได้รับทราบว่ากระบวนการดังกล่าวมีอยู่จริง
สำหรับประเด็นที่ สถ. สรุปตัวเลขผู้มีคะแนนสอบแข่งขันผิดปกติรวม 5,925 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 สอบตกแต่แก้ไขคะแนนให้ผ่าน 5,145 คน กลุ่มที่ 2 สอบผ่านอยู่แล้วแต่แก้ไขคะแนนให้สูงขึ้น 774 คน ซึ่งการประชุมเมื่อวานนี้ พบว่ากลุ่มที่ผ่านแต่มีการแก้คะแนนเพื่อให้บรรจุได้เร็วขึ้น 97 คน เป็นช่องว่างทางกฎหมาย และยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจนว่ากลุ่มดังกล่าวได้จ่ายเงินให้ผู้แก้คะแนน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยอยู่ในระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อเสนอต่อสภาในช่วงเปิดสมัยประชุม หากพบการทุจริตในการจัดสอบทุกหน่วยงาน กลุ่มที่มีการแก้ไขคะแนนจะต้องไม่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทั้งหมด แต่ในวันนี้เมื่อยังไม่มีกฎหมายที่สามารถเอาผิดกับคนกลุ่มดังกล่าวได้ จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งต่อไป ดังนั้น จึงยังมีความเชื่อมั่นใน ป.ป.ช. และ ปปง. ว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างแน่นอน ซึ่งหากในอนาคตทั้ง 97 คน มีคำพิพากษาว่ามีความผิดจริง ก็เป็นหน้าที่ของ สถ. ที่จะดำเนินการทางวินัยต่อไป และผู้ที่เสียประโยชน์จากกรณีดังกล่าวก็สามารถฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news