รบ.โต้ “ไอซ์”งบน้ำบาดาลกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง

ทั่วไป ข่าว

 

รองโฆษกรัฐบาลแจง “รักชนก”ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่การจัดสรรตามการเมือง

 

 

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตต่อโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน วงเงิน 6,541.98 ล้านบาท จำนวน 858 แห่ง ว่ามีการกระจุกตัวในพื้นที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ว่า รัฐบาลเคารพการตรวจสอบของรัฐสภา แต่ข้อเท็จจริงที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การจัดสรรโครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางราชการ ไม่ใช่การจัดสรรตามเหตุผลทางการเมือง

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ข้อเท็จจริงประการแรกคือ โครงการทั้ง 858 แห่ง ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เป็นรายการเดิมที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเคยเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน และได้ผ่านกระบวนการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) รวมถึงมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับแล้ว เพียงแต่ในขณะนั้นไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณครบถ้วน เนื่องจากรัฐบาลในขณะนั้นต้องนำงบประมาณไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นมากกว่าเป็นลำดับแรก

“ข้อเท็จจริงสำคัญคือ การกำหนดพื้นที่ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดสามารถทราบล่วงหน้าได้ว่า เขตเลือกตั้งใดจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองใด การนำผลการเลือกตั้งในภายหลังมาเชื่อมโยงกับการกำหนดพื้นที่โครงการ จึงไม่สอดคล้องกับลำดับข้อเท็จจริง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

นางสาวลลิดากล่าวว่า ประเด็นที่สอง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ แล้วว่า คำขอโครงการที่ยื่นเข้ามาทั้งหมดมีมากกว่า 900 แห่ง และได้รับอนุมัติ 858 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของคำขอทั้งหมด โดยรายการที่ไม่ได้รับอนุมัติเป็นเพียงกรณีที่ซ้ำซ้อนกับโครงการเดิม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่พร้อมรับมอบ

“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แทบไม่มีการใช้ดุลพินิจเลือกพื้นที่ใหม่ แต่เป็นการอนุมัติตามคำขอที่ผ่านหลักเกณฑ์ ดังนั้น การกระจายตัวของโครงการจึงเป็นผลจากการกระจายตัวของคำขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่ผลจากการเลือกปฏิบัติทางการเมือง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

รองโฆษกฯกล่าวต่อว่า อีกข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดของรัฐมนตรีเจ้าสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลับไม่ได้รับการจัดสรรโครงการแม้แต่แห่งเดียว ซึ่งหากมีการจัดสรรเพื่อประโยชน์ทางการเมืองจริง จังหวัดดังกล่าวย่อมควรเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับการจัดสรร

นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรครอบคลุมหลายจังหวัด หลายพรรคการเมือง และรวมถึงพื้นที่ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอื่นด้วย จึงไม่สอดคล้องกับข้อกล่าวหาว่ามีการจัดสรรเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า การพิจารณาพื้นที่ดำเนินโครงการใช้เกณฑ์ด้านความจำเป็นของประชาชนเป็นสำคัญ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบประปาที่เพียงพอหรือยังเข้าไม่ถึงบริการของการประปาส่วนภูมิภาคและการประปานครหลวง ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดที่เป็นเขตควบคุมการใช้น้ำบาดาลตามกฎหมาย ก็ไม่สามารถดำเนินโครงการได้อยู่แล้ว

“คำขอทุกโครงการมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่จากนักการเมือง และเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ก็ไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งพื้นที่ได้ตามอำเภอใจ เพราะจะขัดต่อระเบียบราชการและงบประมาณจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลพร้อมเปิดเผยข้อมูลและสนับสนุนการตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยจะประสานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเปิดเผยบัญชีคำขอทั้งหมด ทั้งรายการที่ได้รับอนุมัติและไม่ได้รับอนุมัติ พร้อมเหตุผลประกอบ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ด้วยตนเอง

“รัฐบาลเห็นว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี หากอยู่บนพื้นฐานของเอกสาร ข้อมูล และข้อเท็จจริง เพราะจะช่วยสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมากกว่าการสรุปข้อกล่าวหาล่วงหน้า” รองโฆษกฯกล่าว

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 63 จังหวัด ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 171,600 ครัวเรือน และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนกว่า 75 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่

“รัฐบาลพร้อมรับทุกการตรวจสอบ และพร้อมปรับปรุงระบบการใช้งบประมาณให้โปร่งใสยิ่งขึ้น แต่ขอให้การตรวจสอบอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอ”

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่