“อัมพร-ปชป.” แนะเร่งปฏิรูปโครงสร้าง ศธ. ชี้งบเรียนฟรีไม่ตรงปก จี้ สกร.-กสศ. แก้ Zero Dropout ชี้ ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’ แก้เด็กหลุดระบบ 5 แสนไม่ได้
การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 มาตรา 24 กระทรวงศึกษาธิการ นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการศึกษา (อดีตเลขาธิการ กพฐ. และอดีตเลขาธิการ ก.ค.ศ.) อภิปรายในที่ประชุมฯ กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งปลัดกระทรวงฯ เลขาธิการ สพฐ. สอศ. สกร. และ ก.ค.ศ. เพื่อจี้แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำ และคุณภาพการศึกษาไทยทั้งระบบ
นายอัมพร ระบุว่า แม้ปัจจุบันไทยจะจัดการศึกษาได้ครอบคลุมกว่า 28,000 โรงเรียน มีครู 5 แสนคน และนักเรียน 6 ล้านคน แต่กลับพบว่างบประมาณถูกใช้ไปกับงบค่าใช้จ่ายบุคลากรสูงถึง 76% และเมื่อรวมงบประจำสูงถึง 96% เหลืองบเพื่อการพัฒนาเพียง 4% เท่านั้น พร้อมตั้งคำถามถึง สพฐ. ว่าเหตุใดในแผนปี 2570 จึงไร้ทิศทางแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน ทั้งที่มีเป้าหมายเดิมในการทำแผนที่โรงเรียน (School Mapping) ปรับลดโครงสร้างโรงเรียนประถมให้เหลือเพียง 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นสร้างโรงเรียนคุณภาพ ตามมติ ครม. แทนการย่อยุบ
นอกจากนี้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาโรงเรียนซ้อนโรงเรียน อย่างโรงเรียนขยายโอกาสที่มีเด็ก ม.1–ม.3 ไม่ถึง 20 คน ซึ่งเสี่ยงกลายเป็นการกักขังโอกาสของเด็ก รวมถึงปัญหาโรงเรียนแข่งขันสูงในเมืองใหญ่ที่แย่งงบสร้างตึกจนไม่มีพื้นที่เล่นกีฬา ขณะที่งบพัฒนาก่อสร้างโรงเรียนคุณภาพกระจายสู่ต่างจังหวัดกลับได้รับการจัดสรรเพียง 1 โรงเรียนเท่านั้น
ในฐานะอดีตเลขาธิการ ก.ค.ศ. นายอัมพร ได้ซักถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ว่าได้นำเกณฑ์คัดเลือกพิเศษของ ก.ค.ศ. มาใช้ส่งเสริมโรงเรียนคุณภาพจริงหรือไม่ พร้อมเสนอให้เน้นการทำข้อตกลงในการปฏิบัติงาน (ว PA) ระหว่าง ผอ.โรงเรียน กับ ผอ.เขตพื้นที่ฯ ที่มีตัวชี้วัด 3 ด้านชัดเจน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ประเมินผลและแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ป้องกันคำครหาเรื่องการทุจริตย้ายตำแหน่ง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ งบประมาณโครงการเรียนฟรี 15 ปี โดยนายอัมพร ระบุว่า ในภาวะเศรษฐกิจวิกฤต ของแพง ค่าแรงต่ำ จากการตรวจสอบงบประมาณ 5 รายการ พบว่าในบางระดับชั้น ค่าจัดสรรแบบเรียนที่ให้ไป สามารถซื้อหนังสือเรียน 8 กลุ่มสาระได้เพียง 1 ใน 4 ของหนังสือทั้งหมดเท่านั้น ส่งผลกระทบให้ผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม จึงขอให้ สพฐ. เร่งตรวจสอบและแก้ไขโดยด่วน
นายอัมพร ได้ซักถาม กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ถึงการปรับโครงสร้างองค์กรจาก กศน. มาเป็นกรม ว่าเกิดการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ และได้ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตคนว่างงานอย่างไร พร้อมตั้งคำถามถึง สพฐ. และ กสศ. เรื่องการใช้ระบบข้อมูลติดตามเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) โดยชี้ว่าโมเดล “1 โรงเรียน 3 ระบบ” ที่ตั้งเป้าขยายจังหวัดละ 1 แห่ง ไม่เพียงพอที่จะพาเด็กนอกระบบกว่า 500,000 คนกลับเข้าสู่ระบบได้จริง จึงเสนอให้ พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ บังคับใช้ทั้ง 3 ระบบพร้อมกันในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ
ช่วงท้าย นายอัมพร ได้ฝากคำถามไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ถึงทิศทางและสถิติการปรับสัดส่วนผู้เรียน สายอาชีวะ ต่อ สายสามัญ ให้ได้ 60 ต่อ 40 เพื่อผลิตกำลังคนป้อนตลาดแรงงานและสร้างรายได้ดูแลสังคมสูงวัย พร้อมฝากถึงสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งทบทวนโครงสร้าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการและปลดล็อกโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทยต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news