ภาครัฐ – การเงิน -เอกชน ชี้โลกใหม่ต้องปฏิรูปคน-ทุน-พลังงาน

การเมือง ข่าว
ภาครัฐ – การเงิน -เอกชน ผนึกวิสัยทัศน์ INTANIA Forum ชี้โลกใหม่ต้องปฏิรูปคน-ทุน-พลังงาน เร่งยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูง

 

สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน The INTANIA Forum ณ Hall of INTANIA โดยเชิญผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคธุรกิจ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการรับมือความท้าทายของโลกยุคใหม่ พร้อมเสนอแนวทางยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากวิกฤติโควิด-19 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ทำให้ประเทศไทยต้องวางแผนระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะการผลักดันเงินทุนไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมดึงทรัพยากรนอกระบบกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อลดการสูญเสียจากการทุจริตและเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศ

 

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ปัญหา Resource Misallocation เป็นอุปสรรคสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเงินทุนกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนได้ยาก จึงเตรียมนำ Data Analytics และข้อมูลจาก Data Bureau มาพัฒนาระบบประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น แม้ไม่มีหลักประกันหรือประวัติสินเชื่อแบบเดิม

 

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดรับระเบียบโลกใหม่ กล้าปรับลดหรือยุติ Zombie Business และนำทรัพยากรไปลงทุนในธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเสนอให้อาเซียนก้าวสู่ Business Partnership โดยใช้จุดแข็งของแต่ละประเทศสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน ขณะที่ไทยควรมุ่งผลิตสินค้ามูลค่าสูง ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และสนับสนุนการใช้สินค้า Made in Thailand เพื่อสร้าง Multiplier Effect เพิ่มรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าทางเศรษฐกิจ

พร้อมกันนี้ ยังเสนอการพัฒนากลไกทางการเงินระดับภูมิภาค เช่น ASEAN-based Loan เพื่อขยายแหล่งทุนและเสริมศักยภาพการแข่งขันของอาเซียนในเวทีโลก

 

ด้านนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายใต้ The New World Order ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ต้องเร่งเพิ่ม Productivity เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางเศรษฐกิจแบบ K-Shape ที่เปิดโอกาสให้เฉพาะธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ พร้อมเสนอให้ประเทศมุ่งพัฒนา 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร ยานยนต์สมัยใหม่ AI อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล การแพทย์และ Wellness การท่องเที่ยว ค้าปลีก และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี

 

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจัยด้าน Geo-politics และ Geo-economics จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและพลังงานของไทยในอนาคต โดยระยะสั้นต้องสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มการพึ่งพาตนเอง และส่งเสริมการใช้ Bio-diesel ส่วนระยะกลางต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ Data Center และ AI ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น AI Training Academy และการกำหนดมาตรฐาน Power Usage Effectiveness (PUE)

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ โครงข่ายไฟฟ้า และผลักดันแผน PDP 2026 เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจาก Small Modular Reactor (SMR) รวม 2,400 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 โดยให้ กฟผ. เป็นหน่วยงานนำร่อง

 

ช่วงท้ายการเสวนา วิทยากรทุกคนเห็นพ้องว่า คนคือปัจจัยสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ จึงต้องเร่งยกระดับ Lifelong Learning ปฏิรูประบบการศึกษา นำ AI มาสนับสนุนการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล ปรับระบบประเมินผลให้สะท้อนทักษะที่จำเป็น และส่งเสริมทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และ EQ รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาจีนและภาษาของประเทศคู่ค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของคนไทยในเวทีโลก

 

วิทยากรเชื่อว่า หากประเทศไทยสามารถพัฒนาคน สร้างทักษะแห่งอนาคต และปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายของโลกให้เป็นโอกาส และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดย The INTANIA Forum เป็นเวทีเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่