รัฐบาล หนุน ศธ. ปักหมุดใช้ e-Office ทั้งกระทรวง เริ่มปี 2570 เดินหน้าระบบราชการดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารราว 30-40%
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นวันเริ่มใช้ระบบ e-Office แบบไร้กระดาษ (Paperless) ครอบคลุมทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อยกระดับการบริหารราชการสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนของงานสารบรรณ พร้อมยกระดับการสั่งการ การติดตามงาน และการประสานงานให้รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันหลายหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการได้เริ่มใช้ระบบ e-Office แล้ว อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก่อนขยายผลไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
พร้อมกันนี้ กระทรวงศึกษาธิการเตรียมพัฒนาโครงการนำร่องเชื่อมโยงระบบบริหารงานบุคคลและงานสารบรรณของทุกหน่วยงานผ่านระบบเดียวกันเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย โดยให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) และการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานระบบดิจิทัลของภาครัฐ
การขับเคลื่อนระบบ e-Office ของกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบราชการไทยให้ทันสมัย โดยมุ่งลดการใช้เอกสารกระดาษ ลดภาระงานด้านสารบรรณ และช่วยให้การสั่งการ การติดตามงาน และการประสานงานระหว่างหน่วยงานเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมการทำงานที่มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การนำระบบ e-Office มาใช้ไม่ใช่เพียงการลดการใช้กระดาษ แต่ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และคาดว่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารได้ประมาณ 30-40% พร้อมรองรับการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐในยุคดิจิทัล และยกระดับการให้บริการประชาชนให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news