สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนคดี ล่าสุด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า เตรียมออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่รัฐ 2 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังพบหลักฐานบ่งชี้ว่า ใช้ตำแหน่งหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการแก้ไขกระดาษคำตอบ และจะมีหมายเรียกกลุ่มผู้ทำหน้าที่แก้ไขคำตอบทั้ง 11 คน เข้ารับทราบข้อหา อั้งยี่ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหมด 6 ข้อหา
โดยจะเร่งแจ้งข้อกล่าวหาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ก.ค. และคาดว่า จะสรุปสำนวนส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ในช่วงต้นเดือน ส.ค. จากนั้นคณะกรรมการไต่สวนจะได้พิจารณาในคดีที่กล่าวหาพลเรือนว่าจะส่งคืนให้ตำรวจดำเนินการหรือไม่
ส่วนคดีที่พิจารณาความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะนี้มีตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) รับผิดชอบคดี เป็นการสอบสวนกลุ่มผู้เสียหายหรือผู้จ่ายเงิน รวมถึงการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน จากนั้นจะส่งให้ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาเรียกไต่สวนตามขั้นตอน
สำหรับการตรวจสอบคดีนี้ มี ป.ป.ช. เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งได้ตั้งคณะไต่สวนขึ้น และดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แยกกลุ่มที่เกี่ยวข้องในคดีออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ มีรายชื่อมากถึง 22 คน และกลุ่มผู้ที่ร่วมแก้ไขคำตอบ นายหน้าอีก 33 คน
ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ระบุว่า ขณะนี้พบกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องกับการทุจริตมากกว่า 100 คน แม้จะยังไม่เกิดการชี้ถูกหรือผิด แต่ทุกคนจะต้องถูกตรวจสอบโดยละเอียด โดยคณะกรรมการจะประชุมนัดสุดท้ายในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ก่อนสรุปรายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
ขณะที่วันนี้ กลุ่ม เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นโดยความถูกต้องรวดเร็วและโปร่งใส
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. กล่าวว่า วันนี้ ป.ป.ช. เป็นเจ้าภาพหลัก ที่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง โดย อำนาจของ ป.ป.ช. ในการที่จะต้องป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ การโกงข้อสอบถือว่าเป็นการโกงระดับประเทศ เป็นการกระทำที่ค่อนข้างที่จะอุกอาจมาก ดังนั้นเรื่องนี้สังคมเองให้ความสนใจมาก เพราะเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ทำลายระบบราชการของประเทศ ป.ป.ช. เอง ดังนั้นในเรื่องคดีโกงสอบท้องถิ่น จะเป็นกรณีที่เรียกศรัทธาคืนของ ป.ป.ช. ให้กลับเข้ามาสู่อำนาจในการปราบปรามและป้องกันการทุจริตแห่งชาติให้ได้ ให้สมกับชื่อองค์กร ดังนั้นทาง คปท. มาจี้ให้ ป.ป.ช. ได้เร่งทำงาน ไม่ให้เป็น “ป.ป.รอ.” คือต้องให้สังคมรอกันไปก่อนแบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะคดีนี้ถือว่าสร้างความเสียหายต่อระบบราชการเป็นอย่างมาก ดังนั้น ป.ป.ช. ต้องเร่งเรื่องนี้ ซึ่งท่านก็เรียนบอกว่ากรณีนี้เป็นคดีที่เป็นกรณีพิเศษ อยู่ในข่ายการทำงานแบบรวดเร็วได้
แกนนำ คปท. ยังย้ำด้วยว่า สิ่งที่ ป.ป.ช. ต้องกระทำคือ ต้องดำเนินการให้ถึงต้นน้ำให้ได้ ไปถึงคนบงการให้ได้ วันนี้สังคมคงเชื่อเหมือนกัน ว่า ไม่ใช่แค่ ไม่ใช่แค่ 3 คน ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ เป็นผู้บงการ เพราะทั้ง 3 คนนั้นถือว่าเป็นคนนอกด้วยซ้ำไป และ เรื่องนี้ ป.ป.ช. จะให้ความกระจ่างเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของ ป.ป.ช. เอง เคสนี้จะเป็นเคสที่ ป.ป.ช. สามารถสร้างชื่อ แล้วก็สร้างผลงานให้กับสังคมให้ได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news