“พัฒนา” สั่ง ตรวจสอบ แอป”หมอพร้อม”หลังปชช.ร้อง โดนสวมสิทธิ์ รักษาพยาบาล แจงย้าย ผู้ป่วยเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ หลังญาติแย้ง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ชี้ สองสัปดาห์แรก บาดแผลมีความเสี่ยง ยัน ต้องประเมิน ต้นทางปลายทาง ระหว่างเคลื่อนย้าย
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนว่าถูกบุคคลอื่นใช้สิทธิ์พยาบาลของตัวเอง หลังตรวจสอบประวัติผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม พบมีข้อมูลใช้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานีถึง 2 ครั้ง ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันไม่เคยไปรักษา ไม่เคยพบแพทย์ หรือรับยาที่โรงพยาบาลดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียว ว่า เมื่อวานมีประชาชนเข้าไปดูในแอปพลิเคชันหมอพร้อม แล้วพบข้อมูลว่า ตนเองไม่ได้เข้าไปรับบริการการรักษาพยาบาลแต่มีข้อมูลปรากฏอยู่ในแอปพลิเคชัน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แอปพลิเคชันดังกล่าว มีการอัปเดตโปรแกรมและข้อมูลอยู่เรื่อยๆ เพื่อแสดงข้อมูลการรักษาพยาบาลส่วนบุคคลให้ได้มากที่สุด ซึ่งแอปพลิเคชันหมอพร้อมรับข้อมูลจากหน่วยให้บริการ แล้วนําเข้าสู่ระบบโทรศัพท์มือถือของผู้เข้ารับการบริการ หากประชาชนพบว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งไปที่แอปพลิเคชัน หมอพร้อมได้เลย แอปฯจะลบข้อมูลหน้าบ้านให้ แต่ข้อมูลหลังบ้านไม่ได้ลบ ซึ่งข้อมูลยังสามารถนําไปสืบสวนสอบสวนได้ ว่าหน่วยให้บริการใด เป็นหน่วยที่บันทึกข้อมูลเข้ามา เพื่อนําไปตรวจสอบต่อว่าเกิดจากเหตุใด เช่น การคีย์ข้อมูลผิด หรือสวมสิทธิ์ ซึ่งประชาชนอาจต้องเสียเวลาอัปเดตแอปพลิเคชันนิดหน่อย
เมื่อถามว่า ได้มีการสั่งการไปแล้วหรือไม่ในเรื่องการสวมสิทธิ์ ว่าให้เร่งดําเนินการ นายพัฒนา กล่าวว่า ตนได้สั่งการไปแล้ว และเริ่มมีข้อมูลเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูว่าเป็นการสวมสิทธิ์ ก็คิดว่า 1-2 วัน จะสามารถดูข้อมูลและประเมินได้ แต่หากมีเคสเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งเข้ามาได้ และมีการประสาน สํานักงานหลักประกันสุขภาพ(สปสช.)และโรงพยาบาลเอกชน เพื่อนําข้อมูลมาเชื่อมกันให้มากที่สุด

นายพัฒนา ยัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี เหตุการณ์ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่มีผู้เสียชีวิตรายล่าสุด โดยทางญาติระบุก่อนหน้านี้ว่าไม่อยากให้ย้ายโรงพยาบาล ในช่วง 2-3 วันแรก เพราะกังวลว่าจะเสียชีวิตและ ซึ่งในเวลาต่อมา ผู้บาดเจ็บก็เสียชีวิตจริง ประเด็นนี้จะมีการตรวจสอบอย่างไร ว่า อันนี้ขอดูข้อมูลก่อน แต่ต้องเรียนว่าในช่วง 7-14 วันแรก กรณีผู้บาดเจ็บแผลไฟไหม้ ที่มีอัตราแผลไฟไหม้ค่อนข้างเป็นวงกว้างมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเป็นอย่างมาก แต่ในรายละเอียดขออนุญาตไปตรวจสอบกับแพทย์เจ้าของเคส
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงแรก ได้มีการตกลงกันของแพทย์ ว่าหากจะมีการย้ายผู้บาดเจ็บ โรงพยาบาลปลายทางจะต้องมีศักยภาพเพียงพอในการดูแลผู้ป่วย และระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แพทย์จากต้นทางและปลายทาง จะต้องประเมินแล้วว่าการเคลื่อนย้ายไม่ส่งผลกับผู้ป่วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news