Prime Video เผยทีเซอร์สุดตื่นตาของซีรีส์ The Lord of the Rings: The Rings of Power ซีซั่น 3 ในงาน San Diego Comic-Con พร้อมประกาศสำคัญและเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่
เผยโฉมตัวละครใหม่ เอ็ดดี้ มาร์แซน รับบท “Thrain”, แอนดรูว์ ริชาร์ดสัน รับบท “Anarion”, อดัม ยัง รับบท “Marnûkh” พร้อมด้วยนักแสดงที่ประกาศก่อนหน้านี้อย่าง เจมี่ แคมป์เบลล์ โบเวอร์ ในบท “Celeborn” และ ซูบิน วาร์ลา ในบท “Khamûl the Easterling“ไซมอน เพ็กก์ ให้เสียงพากย์เป็น “The Balrog”
“Nazgnagôl” (ผู้รับใช้แห่งแหวน) ทั้งสี่ สร้างเซอร์ไพรส์ปรากฏตัวบนเวทีเสวนาของซีรีส์ เพื่อสดุดีแด่เซารอน
The Lord of the Rings: The Rings of Power ซีซั่น 3 จะสตรีมพร้อมกันทั่วโลก 11 พฤศจิกายนนี้ ที่ Prime Video

สามารถรับชมตัวอย่างแรกอย่างเป็นทางการของซีรีส์ได้ ที่นี่
สามารถรับชมตัวอย่างแรกอย่างเป็นทางการพากย์ไทยของซีรีส์ได้ ที่นี่
*หมายเหตุ: ชื่อแบรนด์ที่ถูกต้องของบริการสตรีมมิ่งคือ Prime Video (ไม่ใช่ Amazon Prime Video)*

สิงคโปร์ – 27 กรกฎาคม 2569 – บนเวที Hall H ในงาน San Diego Comic-Con ที่ผ่านมา Prime Video ได้พาแฟนๆ กว่า 6,500 คนในงานหวนคืนสู่ดินแดนมิดเดิลเอิร์ธอีกครั้ง ด้วยทีเซอร์สุดยิ่งใหญ่ของซีรีส์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ The Lord of the Rings: The Rings of Power (เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์: แหวนแห่งอำนาจ) ซีซั่น 3 ที่หลายคนตั้งตารอ ทั้งยังยกทัพผู้สร้างและโชว์รันเนอร์ J.D. Payne และ Patrick McKay พร้อมด้วยทีมนักแสดงร่วมขึ้นเวทีพูดคุยถึงเบื้องหลังและเกร็ดน่าสนใจต่างๆ ของซีรีส์ ภายใต้การดำเนินรายการโดย Benjamin Walker นักแสดงผู้รับบท จอมราชากิล-กาลัด นอกจากการเปิดตัวทีเซอร์ใหม่สุดตื่นตาแล้ว ภายในงานยังเผยไฮไลต์สำคัญของซีซั่นใหม่ พร้อมเซอร์ไพรส์อีกมากมายที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ อีกด้วย

ทีมนักแสดงนำ ได้แก่ Cynthia Addai-Robinson, Owain Arthur, Ismael Cruz Córdova, Charlie Vickers, Daniel Weyman และสมาชิกใหม่ของซีซั่น 3 อย่าง Jamie Campbell Bower ร่วมขึ้นเวทีเสวนาที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเอ็กซ์คลูซีฟและการเผยภาพสุดตระการตา พร้อมไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
- เปิดตัวทีเซอร์ใหม่ล่าสุดของซีซั่น 3 ซึ่งเผยให้เห็นโทนเรื่องที่เข้มข้นมืดหม่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมฉากมหากาพย์สุดอลังการ เมื่อภารกิจของเซารอนในการขึ้นรูปแหวนเอก (One Ring) กำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง ความมุ่งหมายของเขาที่จะครอบครองมิดเดิลเอิร์ธทั้งหมดสั่นคลอนทุกอาณาจักร และบีบให้หลายฝ่ายต้องจับมือเป็นพันธมิตรครั้งใหม่แม้อาจเคยเป็นอริกันมาก่อน เพื่อร่วมกันหยุดยั้งภัยคุกคามครั้งนี้
- เผยโฉมตัวละครใหม่ในซีซั่น 3 นอกจากสองนักแสดงใหม่ที่เข้ามาร่วมทีมและเปิดเผยรายชื่อไปเมื่อต้นสัปดาห์อย่าง Jamie Campbell Bower (Stranger Things) ในบท “Celeborn” สามีผู้หายสาบสูญของกาลาเดรียล และ Zubin Varla (Andor) ในบท “Khamûl the Easterling” แห่งดินแดน Rhûn แล้ว ยังมีการเผยตัวละครใหม่บนเวทีครั้งนี้เพิ่มเติมด้วย ได้แก่
- Eddie Marsan (Happy-Go-Lucky) รับบท “Thrain” พี่ชายของกษัตริย์ดูรินที่สี่
- Andrew Richardson (Guys & Dolls) รับบท “Anarion” บุตรชายคนเล็กของเอเลนดิล และน้องชายของอิซิลดูร์
- Adam Young (Don’t Breathe 2) รับบท “Marnûkh” ออร์คลึกลับที่อาจมีตัวตนซับซ้อนกว่าที่เห็น
- The Balrog เปล่งเสียงเป็นครั้งแรก และให้เสียงโดย Simon Pegg! ภายในงานมีการฉายคลิปสุดพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานเท่านั้นในชื่อ “Bringing Season Three’s Creatures to Life” ซึ่งเผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตที่จะปรากฏตัวในซีซั่น 3 ไม่ว่าจะเป็นเฟลบีสต์ (Fell-beasts), ช้างศึกยักษ์มูมากิล (Mûmakil), เหล่าอ็อร์ค (Orcs) รวมถึงการกลับมาของบัลร็อก (Balrog) อสูรเพลิงในตำนานซึ่งจะเปล่งเสียงพูดเป็นครั้งแรก โดยได้นักแสดงชื่อดัง Simon Pegg (The Cornetto Trilogy, Mission: Impossible, Star Trek) เป็นผู้ให้เสียงตัวละคร
- นอกจากนี้ ระหว่างการพูดคุยบนเวที แฟนๆ ยังได้พบกับการปรากฏตัวสุดเซอร์ไพรส์ของ Nazgnagôl ทั้งสี่ในชุดเกราะเต็มยศเพื่อรอรับบัญชาจากเซารอนอีกด้วย โดย Nazgnagôl เป็นตัวละครที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในซีซั่นนี้ ในฐานะผู้รับใช้แห่งแหวน (Ring-servants) ของเซารอน และถือเป็นต้นกำเนิดในยุคที่สองของ Nazgûl หรือเหล่าภูตแห่งแหวน (Ringwraiths) ที่แฟนๆ คุ้นเคยจากเรื่องราวในยุคที่สาม

โดย The Lord of the Rings: The Rings of Power ซีซั่น 3 จะสตรีม 4 ตอนแรกให้รับชมพร้อมกันในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 ตามด้วยตอนที่ 5 และ 6 ในวันที่ 18 พฤศจิกายน และปิดท้ายซีซั่นด้วยสองตอนสุดท้ายในวันที่ 25 พฤศจิกายน
เรื่องราวในซีซั่น 3 มิดเดิลเอิร์ธกำลังตกอยู่ในไฟสงคราม เป็นเวลาห้าปีแล้วนับตั้งแต่การล่มสลายของ Eregion กองทัพของเซารอนได้แผ่ขยายไปทั่วทุกสารทิศ กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า เหลือเพียงไม่กี่ดินแดนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดขวางกั้นเส้นทางสู่ชัยชนะของจอมมาร ได้แก่ Khazad-dûm อาณาจักรคนแคระที่ปิดผนึกอยู่ลึกใต้ขุนเขา และอาณาจักรเอลฟ์อย่าง Lindon และ Rivendell ซึ่งยังได้รับการคุ้มครองจากแหวนทั้งสาม (Three Rings) ทว่า ลึกเข้าไปในดินแดนมอร์ดอร์ ภายในหอคอยบารัดดูร์ที่สร้างเสร็จแล้ว เซารอนยังคงทุ่มเททั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อหล่อหลอมพลังอำนาจที่จะทำให้ศัตรูที่เหลืออยู่ทั้งหมดต้องคุกเข่ายอมจำนนต่อหน้าเขา… “แหวนเอก” (One Ring) ที่จะครอบครองทุกสิ่ง บัดนี้ เหล่าเสรีชนแห่งมิดเดิลเอิร์ธ ทั้งคนแคระ เอลฟ์ มนุษย์ และพ่อมด ต้องหันมาร่วมมือกันเป็นหนึ่ง เพื่อแข่งกับเวลาและหยุดยั้งไม่ให้เซารอนบรรลุเป้าหมายในการครอบงำทุกชีวิตบนโลก…
The Lord of the Rings: The Rings of Power ซีซั่น 3 อำนวยการสร้างโดยโชว์รันเนอร์และผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร J.D. Payne และ Patrick McKay ร่วมด้วยผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร Lindsey Weber, Justin Doble, Kate Hazell และ Charlotte Brändström ซึ่งรับหน้าที่กำกับในซีซั่นนี้ด้วย ขณะที่ Matthew Penry-Davey รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ และ Ally O’Leary, Tim Keene และ Andrew Lee รับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างร่วม
เรื่องราว The Lord of the Rings ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนหน้าจอ โดยซีรีส์ The Lord of the Rings: The Rings of Power นับเป็นครั้งแรกของการนำมหากาพย์แห่งยุคที่สองอันเลื่องชื่อในประวัติศาสตร์มิดเดิลเอิร์ธมาเล่าขานให้ได้ชมในรูปแบบของซีรีส์ มหากาพย์บทใหม่นี้เกิดขึ้นนับพันปีก่อนเหตุการณ์ใน The Hobbit และ The Lord of the Rings ของ J.R.R. Tolkien โดยซีรีส์จะพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่พลังอันยิ่งใหญ่ถูกหลอมรวม อาณาจักรต่างๆ รุ่งโรจน์และล่มสลาย เหล่าฮีโร่จำเป็นถูกทดสอบ ความหวังของผู้คนแขวนอยู่บนเส้นด้าย และจอมวายร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรุกคืบเข้ามาปกคลุมโลกทั้งใบด้วยความมืดมิด ซีรีส์จะพาผู้ชมติดตามกลุ่มตัวละครทั้งคาแรคเตอร์ใหม่และที่คุ้นเคย เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในมิดเดิลเอิร์ธ จากส่วนลึกที่มืดมิดที่สุดของเทือกเขามิสตี้ สู่ป่าอันงดงามของเมืองหลวงเอลฟ์แห่งลินดอน ไปจนถึงอาณาจักรแห่งเกาะนูเมนอร์อันน่าทึ่ง และจรดสุดขอบแผนที่ อาณาจักรและตัวละครเหล่านี้จะเขียนบันทึกบทใหม่ทิ้งไว้เป็นมรดกที่จะคงอยู่อีกนานเท่านาน แม้พวกเขาจะได้จากโลกนี้ไปแล้ว
The Lord of the Rings: The Rings of Power นับว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จสูงสุดและมียอดผู้ชมมากที่สุดตลอดกาลบน Prime Video พร้อมฐานแฟนทั่วโลกที่เหนียวแน่นและมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ในเรื่องความยิ่งใหญ่ของงานสร้างระดับมหากาพย์ นอกจากนี้ ทั้งซีซั่น 1 และซีซั่น 2 ต่างได้รับการการันตีคุณภาพ Certified Fresh จาก Rotten Tomatoes อีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากยอดผู้ชมภายในช่วง 91 วันหลังเปิดตัว ซีซั่นแรกของซีรีส์ยังคงครองตำแหน่งซีรีส์ที่เปิดตัวใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Prime Video ขณะที่ซีซั่นสองติดอันดับหนึ่งใน 5 ของซีรีส์ซีซั่นภาคต่อที่มียอดผู้ชมสูงสุดตลอดกาล นอกจากนี้ ซีซั่นสองยังเปิดตัวในฐานะซีรีส์ออริจินัลอันดับ 1 บนชาร์ต Nielsen Streaming Top 10 และรักษาตำแหน่งใน Top 4 ได้ตลอดช่วงการสตรีมอีกด้วย ซีรีส์ระดับโลกที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมายเรื่องนี้ มียอดผู้ชมสะสมทั่วโลกกว่า 185 ล้านคน
ทั้งนี้ ซีรีส์ The Lord of the Rings: The Rings of Power สองซีซั่นแรก จำนวนทั้งหมด 16 ตอน สามารถสตรีมแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้แล้ววันนี้ที่ Prime Video ในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก พร้อมด้วยตัวเลือกหลากหลายภาษา
###
เกี่ยวกับ Prime Video – ประเทศไทย
Prime Video เป็นแหล่งรวมความบันเทิงอันดับหนึ่งที่นำเสนอภาพยนตร์ ซีรีส์ และการถ่ายทอดสดกีฬาระดับพรีเมียมมากมายให้แก่ลูกค้าในแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งมีให้บริการในอุปกรณ์หลายพันประเภท ลูกค้าสามารถรับชมผลงาน Prime Originals จาก Amazon MGM Studios ควบคู่ไปกับคลังภาพยนตร์และซีรีส์ลิขสิทธิ์ขนาดใหญ่ที่มีให้เลือกชมอย่างหลากหลาย พร้อมฟีเจอร์อย่าง X-Ray ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การรับชม
ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 Amazon เปิดเผยว่า Prime Video เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างผลกำไรได้ด้วยตัวเอง ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Prime Video ได้ที่ https://www.primevideo.com/
เกี่ยวกับ Amazon
Amazon มีหลักการทำงานทั้งหมด 4 ข้อ: ได้แก่ ให้ความสำคัญต่อลูกค้ามากกว่ามุ่งเน้นการแข่งขันทางธุรกิจ, มีความหลงใหลในนวัตกรรม, มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน และ การมีวิสัยทัศน์ โดย Amazon เป็นผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์และบริการทางออนไลน์มากมาย เช่น การรีวิวจากลูกค้า (Customer reviews), การซื้อของในคลิกเดียว (1-Click shopping), คำแนะนำเฉพาะบุคคล (personalized recommendations), Prime, Fulfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, Fire tablets, Fire TV, Amazon Echo และ Alexa ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Amazon.com/about และ @AmazonNews