“ยิ่งชีพ”ส่งคำท้า!“อนุทิน-ภท.”แจงปมฮั้วสว.อย่าดีแต่ฟ้อง-กกต.ลั่นไม่กดดันคดี

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ประเด็นการตรวจสอบศึกเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ทวีความร้อนแรงขึ้นไม่หยุด หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกับภาคประชาชน เปิดเวทีเจาะลึกหลักฐาน ‘คดีโกง สว. ภาค 2’ งัดหลักฐานพยานบุคคลและเส้นทางการเงินแฉขบวนการวางแผนฮั้วเลือก สว. อย่างเป็นระบบ พร้อมส่งคำท้าตรงถึง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย ให้เร่งออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ ระบุว่า “อย่าดีแต่ฟ้อง” ขณะที่ กกต. ยืนยันไม่กดดัน พร้อมเดินหน้าพิจารณาสำนวนตามพยานหลักฐานและกฎหมาย คาดว่า รู้ผลภายในเดือนสิงหาคมนี้

 

 

พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกับภาคประชาชนและภาควิชาการ เปิดเวทีนำเสนอพยานหลักฐานใหม่ในคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 โดยไล่เรียงกระบวนการออกเป็น 5 ขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนยึดกุมวุฒิสภา การจัดตั้งและระดมผู้สมัคร การจัดทำโพย การลงคะแนนตามสั่ง ไปจนถึงการรวมตัวของ สว. หลังได้รับเลือก พร้อมระบุว่า มีข้อมูลพยาน และเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงเครือข่ายนักการเมือง

“พริษฐ์” เน้นย้ำว่า ข้อมูลใหม่ที่ทยอยเปิดเผยจะช่วยกระตุ้นให้ กกต. และ ดีเอสไอ ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และหาก กกต. มีมติไม่ส่งคดีให้ศาลทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจดังกล่าว

“พริษฐ์” ระบุอีกว่า ยิ่งเรามีหลักฐานมาอยู่ในแสงสว่างมากขึ้น ยิ่งสังคมรับรู้ถึงกระบวนการนี้มากขึ้น จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้การทำหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบอย่าง กกต. และดีเอสไอไม่เป็นอิสระจากประชาชน และทำงานอย่างตรงไปตรงมา ท้ายสุดหากหลักฐานชัด แล้ว กกต. ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล กกต. ก็ต้องคิดหนักว่าพร้อมจะเอาตัวเองมาเสี่ยงติดคุกเพื่อปกป้องคนในระบบสีน้ำเงินหรือไม่

ขณะที่ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการ iLaw ได้ส่งคำท้าโดยตรงถึง “อนุทิน” นายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทย หลังมีกระแสข่าวการเตรียมดำเนินคดีฟ้องร้องตนเอง โดยย้ำว่า สิ่งที่สังคมต้องการไม่ใช่การฟ้องร้อง แต่คือการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ ทั้งกรณีการพบปะกลุ่ม สว. ณ โรงแรมดัง รวมถึงการเปิดเผยเส้นทางการเงินจากเสมียนประจำพรรคภูมิใจไทย โอนผ่านผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ไปยังผู้สมัคร สว. 10 รายในอำเภอเดียวกันภายในวันเดียว

ดังนั้น การออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ มีความสำคัญกว่าการเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดี หากข้อมูลที่ตนและพยานนำเสนอมีความผิดพลาด ก็พร้อมที่จะยอมรับ แต่ผู้ถูกพาดพิงทุกคนควรออกมาตอบข้อเท็จจริงให้สังคมหายคลางแคลงใจ

ด้าน “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ยืนยันขณะลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการเลือกตั้ง นายก อบจ.ร้อยเอ็ด ว่า กกต. ไม่ได้รู้สึกกดดันจากกระแสสังคม โดยกระบวนการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. คาดว่า จะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะยึดตาม พยานหลักฐาน และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเป็นหลัก ไม่ได้ตัดสินตามความรู้สึกหรือความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่