“ยิ่งชีพ” ท้า “อนุทิน-ภูมิใจไทย” แจงสาธารณะปมฮั้ว สว.อย่าดีแต่ฟ้อง

การเมือง ข่าว

 

“ยิ่งชีพ iLaw” ท้า “อนุทิน-ภูมิใจไทย” แจงสาธารณะปมฮั้ว สว. ลั่นอย่าดีแต่ฟ้อง พร้อม เปิดข้อมูลเส้นเงิน โอนถึงผู้สมัคร สว. 10 คนในอำเภอเดียวกันวันเดียว จี้ ผู้ถูกพาดพิงทุกคนออกมาตอบข้อเท็จจริง บอกหากข้อมูลผิดพร้อมยอมรับ ย้ำ การชี้แจงต่อสังคมสำคัญกว่าการเดินหน้าฟ้องร้อง

 

 

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวบนเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะดำเนินคดีกับตนว่า ถือเป็นเกียรติที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง แต่สิ่งที่สังคมต้องการมากกว่าการฟ้องร้อง คือ การออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีและไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ยังไม่ได้ตอบคำถามสำคัญว่า เคยพบหรือพูดคุยกับ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง ตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ รวมถึงเคยเดินทางไปยังโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เพื่อร่วมประชุมกับกลุ่ม สว. ที่ได้รับเลือก ตามคำให้การของพยานหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่ได้เกี่ยวข้องก็ควรออกมาปฏิเสธและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน มากกว่าจะมุ่งดำเนินคดีกับผู้ตั้งคำถาม

นอกจากนี้ นายยิ่งชีพ ยังกล่าวถึงกรณีของนายประเทือง มนตรี สมาชิกวุฒิสภา ที่ออกมาชี้แจงข้อมูลหลังถูกพาดพิง โดยระบุว่า เป็นตัวอย่างที่ดีของการเปิดเผยข้อเท็จจริง เพราะทำให้สามารถกลับไปตรวจสอบกับพยานเพิ่มเติมได้ พร้อมยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตนกล่าวถึง นางนาที รัชกิจประการ ว่าอยู่ในห้องประชุมจัดทำโพยเลือก สว. แต่เมื่อพยานยืนยันว่าไม่พบ นางนาที อยู่ในห้องดังกล่าว จึงขออภัยต่อ นางนาที อย่างไรก็ตาม พยานยังยืนยันว่า ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมคือ น.ส.ปกรกานต์ รัชกิจประการ ซึ่งเชื่อว่าเป็นบุตรสาวของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จึงขอให้นายพิพัฒน์ออกมาชี้แจงว่า น.ส.ปกรกานต์ เป็นบุตรสาวจริงหรือไม่ และได้เข้าร่วมประชุมจัดทำโพยตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่

นายยิ่งชีพ ยังอ้างคำให้การของพยานว่า มีบุคคลชื่อ นายอธิวัฒน์ มนตรี ทำหน้าที่ประสานงานการประชุมและแจกเสื้อสีเหลือง จึงขอให้นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า รู้จักบุคคลดังกล่าวหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ส่วนกรณีของ นางสุขสำรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนนั้น นายยิ่งชีพ กล่าวว่า แม้จะมีการแจ้งความ แต่ยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ พร้อมยอมรับว่าข้อมูลบางส่วนที่เคยนำเสนอมีความคลาดเคลื่อน โดยก่อนหน้านี้ระบุว่า พ.ต.อ.วิเชียร โชคพิพัฒน์ทวี เป็นสามีของนางสุขสำรวย แต่ภายหลังได้รับข้อมูลว่า สามีที่ถูกต้องคือ พ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิเชียร ก็ยังเป็นบุคคลที่พยานให้ข้อมูลว่า มีบทบาทชักชวนผู้สมัคร สว. จึงเห็นว่า นางสุขสำรวย ควรออกมาชี้แจงความสัมพันธ์และข้อเท็จจริงด้วยตนเอง

นายยิ่งชีพ ยังตั้งคำถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีพยานกล่าวอ้างว่า มีการพูดคุยกันว่า “กลุ่ม 14 เต็มแล้ว จะเป็นโหวตเตอร์หรือไม่” รวมถึงกรณีที่ นายกนก ศรศิลป์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพนา ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้จัดหาผู้สมัคร สว. และมีความเชื่อมโยงกับ นางสุขสำรวย ตลอดจนความสัมพันธ์กับผู้สมัคร สว. อย่างน้อย 2 ราย ได้แก่ นางสุพรรษา วันทนียกุล และนางวรรณา วันทนียกุล กลุ่ม 14 จังหวัดสงขลา พร้อมย้ำว่า แม้จะมีการแจ้งความแล้ว ผู้ถูกพาดพิงก็ยังสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ และหากข้อมูลที่ตนนำเสนอผิดพลาดก็พร้อมยอมรับ

นอกจากนี้ นายยิ่งชีพ ยังกล่าวถึง นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งที่มีข้อมูลเชื่อมโยงกับ นายสุบิน ศักดา ผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและอั้งยี่ ซึ่งมีประวัติรับโอนเงินจาก น.ส.นิสิตรา หมั่นชัย เสมียนประจำพรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนที่นายสุบินจะโอนเงินต่อไปยังผู้สมัคร สว. ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 10 คน ในอำเภอเดียวกัน ระหว่างวันที่ 15–16 มิถุนายน 2567 รวมเป็นเงินประมาณ 38,000 บาท

โดยผู้รับโอนส่วนใหญ่ได้รับเงินคนละประมาณ 2,000 บาท และมี 1 รายได้รับ 8,000 บาท ขณะที่ข้อความกำกับการโอนมีหลายลักษณะ เช่น ชำระหนี้ ค่าซ่อมรถ ค่าปุ๋ยทุเรียน ค่าเช่ารถตู้ ค่าเช่าพระ และค่าบริการนวด

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า นายสุบิน แอบอ้างว่าเป็นคนของพรรคภูมิใจไทย หรือแอบอ้างว่าเป็นผู้ช่วยของนายพิชัย หรือมีความเกี่ยวข้องกับนายพิชัยจริงหรือไม่ จึงเรียกร้องให้นายพิชัยออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ พร้อมย้ำว่า หากผู้ที่ถูกพาดพิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง การชี้แจงข้อเท็จจริงย่อมมีความสำคัญกว่าการเลือกใช้การฟ้องร้องเป็นคำตอบ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่