กมธ.ป.ป.ช. แฉแก้คะแนนสอบท้องถิ่น 5,960 ราย พบแชทโยงผู้บริหาร กสถ.-ผู้ต้องหา เร่งสอบต่อถึงบิ๊กมหาดไทย คาดใช้เวลา 10 เดือนปิดคดี
คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ตรวจพบผู้ที่ถูกแก้ไขคะแนนจาก “สอบไม่ผ่าน” เป็น “สอบผ่าน” จำนวน 5,960 ราย ซึ่งไม่ตรงกับตัวเลข 5,924 ราย ที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เคยแจ้งต่อสาธารณะ
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยภายหลังเชิญผู้แทน ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าชี้แจงว่า จากข้อมูลของ ป.ป.ช. พบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนน 11 ราย และเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการดำเนินการในลักษณะของขบวนการ

ป.ป.ช. ชี้แจงว่า ตามขอบเขตงานของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีหน้าที่ทวนคะแนนและส่งผลให้ กสถ. รับรองรายชื่อผู้สอบผ่าน โดยขณะนี้ได้สอบปากคำบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับหลายหน่วยงาน
นอกจากนี้ ผู้แทน ป.ป.ช. ยังเปิดเผยว่า มีข้อมูลเชื่อมโยงถึง ผู้บริหารระดับสูงของ กสถ. ที่มีการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับ 1 ในผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่ของ มศว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลผู้สอบไม่ผ่านเพื่อแก้ไขให้เป็นผู้สอบผ่าน ทำให้กรรมาธิการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เนื่องจากกังวลว่าอาจเกิดการตัดตอน หากข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงผู้มีตำแหน่งระดับสูง

นายอาสพลธ์ ระบุว่า กรรมาธิการได้สอบถามเพิ่มเติมว่า ป.ป.ช. ได้ขยายผลไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือบุคคลทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ส่วนกรอบเวลาการสอบสวน ผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า แม้จะใช้เวลารวมประมาณ 10 เดือน แต่ถือว่าเร็วกว่ากรอบปกติที่ใช้เวลาประมาณ 2 ปี โดยแบ่งเป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน 3 เดือน ประมวลผล 1 เดือน และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอีก 6 เดือน
ทั้งนี้ กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า ควรเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอย่าง DSI และตำรวจตั้งแต่ต้น เพื่อให้การสอบสวนมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ขณะที่ ป.ป.ช. ยืนยันว่า กรอบเวลา 10 เดือนถือว่าเป็นการดำเนินการที่รวดเร็วแล้วเมื่อเทียบกับมาตรฐานการไต่สวนคดีทุจริต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news