คนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กำลังรอลุ้นผลอุทธรณ์ ยังไม่ต้องกังวลเพราะกระทรวงการคลังคาดว่าจะให้ใช้สิทธิ์ต่อได้อีก 2 เดือนขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ก็เร่งช่วยเหลือผู้ที่จนจริง แต่ถูกตัดสิทธิ์ เพราะมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลและยื่นอุทธรณ์ได้
หลังรัฐบาลขยายเวลายื่นอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ออกไปถึงวันที่ 21 กันยายน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคมทำให้ผู้ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ยังไม่รู้ว่าจะใช้สิทธิ์ใดในช่วงรอยต่อ
ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังรับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาแล้ว และคาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีข้อสรุปให้ผู้ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ยังคงใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 ก่อนเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่พร้อมกันในเดือนตุลาคม
ส่วนผู้ที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ กว่า 70% มีสิทธิ์ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 อยู่แล้ว จึงไม่น่าจะได้รับผลกระทบขณะที่อีกประมาณ 30% ซึ่งยังไม่มีสิทธิ์ในโครงการใด กระทรวงการคลัง จะพิจารณาแนวทางช่วยเหลือในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนต่อไป
อีกด้านหนึ่ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าช่วยผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์เพราะมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนและบริษัททั้งที่มีฐานะยากจนจริง โดยเปิดให้ตรวจสอบข้อมูลเพื่อนำไปยื่นอุทธรณ์กับกระทรวงการคลัง
ขณะนี้มีผู้มายื่นตรวจสอบแล้วกว่า 700 ราย จากผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหตุนี้ทั้งหมด 122,324 รายซึ่งบางรายอาจถูกนำชื่อไปใช้โดยไม่รู้ตัว ถูกแอบอ้าง หรือเคยแจ้งให้นำชื่อออกจากบริษัทแล้วแต่ยังไม่ดำเนินการ รวมถึงกรณีข้อมูลจดทะเบียนคลาดเคลื่อน
ประชาชนที่เข้าข่ายดังกล่าว สามารถยื่นตรวจสอบข้อมูลได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อนำผลการตรวจสอบไปประกอบการยื่นอุทธรณ์และขอทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึงควรติดตามมติของกระทรวงการคลังในสัปดาห์หน้า
ในขณะที่ผู้ที่ถูกตัดสิท ธิ์เพราะมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท ทั้งที่จนจริงยังสามารถตรวจสอบข้อมูลและยื่นอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองได้เช่นกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news