รัฐบาลสีน้ำเงินของ”นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล”สมัย 2 ซึ่งชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย เข้าบริหารประเทศมาแล้ว 4 เดือน ประสบกับมรสุม ปัญหาต่างๆรุมเร้ามากมาย จนแทบไม่สามารถสร้างผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้กับพี่น้องประชาชนได้เลย ชายแดนเขมรก็ยังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ชายแดนใต้ก็ดุเดือดมากขึ้น เศรษฐกิจก็มีแต่ทรงกับทรุด ราคาน้ำมันยังไม่ลดจากสถานการณ์ต่างประเทศ สินค้าเกษตรยังราคาตกต่ำ มีเพียงการแจกเงิน”ไทยช่วยไทยพลัส 60/40″ ที่ต่อยอดมาจาก”คนละครึ่ง”เท่านั้น ที่ถึงมือประชาชนจริงๆ ส่วนโครงการอื่นๆ ยังลุ่มๆดอนๆ ยังไม่เห็นผลในเชิงประจักษ์ที่ตีแต้มบวกได้เลย
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่หลายคนเรียก “บัตรคนจน” คืออีกหนึ่งโครงการ ที่รัฐบาลนี้พยายามสานต่อจากผลงานของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งความจริงหากยังคงจ่ายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปิดรับคนใหม่เพิ่มขึ้น ก็คงเก็บแต้มบวกได้ไม่ยาก แต่ความพยายามที่จะอัพเกรด อัพเลเวลให้ดีขึ้น และเริ่มต้นด้วยคัดกรองใหม่ ด้วยความตั้งใจดี ว่าต้องการคัดคนจริงๆ คนที่ลำบากจริงๆ เป็นกลุ่มเปราะบางตัวจริง ที่ควรได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่รัฐบาลกลับมีคะแนนติดลบตั้งแต่ประกาศหลักเกณฑ์ใหญ่ เพื่อลบข้อครหาว่าบางคน มีรถ มีบ้านหรู หรือ อื่นๆ ได้บัตรคนจน แต่คนจนตัวจริงบางคนกลับไม่ได้
ทันทีที่มีการลงทะเบียนใหม่เสร็จ ด้วยยอดคนจน 18.8 ล้านคน และประกาศผลการคัดกรองออกมา เหลือคนจนเพียงแค่ 9.5 ล้านคน ก็กลายเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่เข้าใส่รัฐบาลอีกครั้ง คนจนหลายล้านคนถูกตัดสิทธิ์ ก็นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และข้อเรียกร้องต่างๆมาโจมตีรัฐบาลอีกครั้งจนแทบเสียศูนย์ ต้องปรับแผน แก้เงื่อนไขใหม่อีกรอบ ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่า หลังเกลี่ยเงื่อนไขใหม่ ให้อุทธรณ์สิทธิ์แล้ว ประเทศนี้จะมีคนจนเท่าไหร่ และรัฐบาลจะเหลือปริมาณดอกไม้มากน้อยเพียงใด
ประเด็นต่อมา รัฐบาลติดลบเกือบ 200% คือเรื่องการโกงสอบบรรจุข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่มีการจับกุมแบบคาหนังคาเขา กำลังแก้คะแนนสอบกันแบบหน้าด้านๆ และจนถึงเวลานี้ ผ่านมากว่า 1 เดือน ในภาพกว้างๆ เหมือนรัฐบาลเอาจริง มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ขีดเส้น 30 วันต้องรู้ผล กรทะรวงมหาดไทย ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ป.ป.ช.มีการรับคดีตรวจสอบเช่นกัน แต่ในเชิงลึก กลับแทบไม่เห็นความคืบหน้าว่าจะขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ หรือผู้สั่งการ ที่อยู่เบื้องหลัง ข้าราชการตัวเล็กๆ ที่ถูกจับได้แล้ว แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงก็ชี้แจงให้ข่าวต่อนายกฯแบบแปลกๆ ทั้งที่น่าจะสืบสวนโยงใยไปได้ไกล และน่าจะมีความคืบหน้ามากกว่านั้น
โกงสอบท้องถิ่น คือโอกาสดีในการกวาดบ้าน ให้สะอาดของระบบราชการไทย แต่หากนายกฯ รัฐบาล และตำรวจ ทำแบบลวกๆ รวบรัดตัดตอน ไปไม่ถึงตัวการใหญ่ ก็เชื่อว่าสังคมคงไม่ให้ความไว้วางใจ และอาจมีการต่อต้านคนโกงจน จนถึงต่อต้านรัฐบาลได้เช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้ก็มีหลายเรื่องหลายคดี ที่ยังคาราคาซัง คนในรัฐบาล คนในพรรคน้ำเงิน และคนที่อยู่เบื้องหลัง ถูกพาดพิง ก็ตอบได้ไม่เต็มปาก ว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งฮั้ว สว., เขากระโดง, ช่วยสีน้ำเงินด้วย,ยัดไส้โครงการเงินกู้ 4 แสนล้าน หรือแม้กระทั่ง TH AI พาสปอร์ต
และทั้งหมดนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคสีส้ม ออกมาแสดงความมั่นใจประมาณฝันหวานว่า หากยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในสมัยประชุมหน้า จะสามารถล้มรัฐบาลสีน้ำเงินได้ โดยเฉพาะประเด็น บัตรคนจน และโกงสอบท้องถิ่น ที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการบริหารจัดการ เพราะการจะช่วยเหลือประชาชน ด้วยการแจกเงิน ในรูปแบบบัตรคนจนยังทำให้มีปัญหาได้ ส่วนเรื่องโกงสอบ หากไม่ได้ตัวการใหญ่ หรือตัดจบแบบค้านสายตา รัฐบาลก็คือสอบตกอย่างชัดเจน…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news