โผล่อีก!ไอซ์2กก.ซุกกระปุกมะขามเปียก ส่งญี่ปุ่นพบตัวการชาวเวียดนาม

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

เรียกได้ว่า ปราบเท่าไหร่ก็ไม่หมด สําหรับยาเสพติดที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พยายามดัดแปลงรูปแบบในการซุกซ่อนยาเพื่อ ตบตาเจ้าหน้าที่ในการลําเลียงส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ที่ก่อนหน้านี้มีกรณีข่าวดังระดับโลก ที่แอร์โฮสเตสสาวชาวไทย ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลียขณะรับจ้างหิ้วกระเป๋าผ้าลายช้างไทยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนเข้าประเทศ ออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ของไทย สืบสวนขยายผลจนพบตัวการใหญ่และสามารถจับกุมได้บางส่วนและล่าสุด กับกรณี เครือข่ายลักลอบนำไอซ์ 2 กก. ซุกซ่อนในกระปุกมะขามเปียก เตรียมส่งขายประเทศญี่ปุ่น

 

กรณีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนรับจ้างหิ้วของเดินทางไปต่างประเทศ นำกระปุกมะขามเปียกเข้ามาส่งมอบให้ตำรวจหลังพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ด้านในและพบว่ามีน้ำหนักมากจนผิดปกติ

 

จากการตรวจสอบยืนยันว่าวัตถุในกระปุกมะขามเปียกคือ “ไอซ์” น้ำหนักรวมกว่า 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนเป็นก้อนทรงกลมห่อฟอยล์ 6 ก้อน จากการสอบสวนพบว่าพฤติการณ์ของเคสนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีของนางสาวมีนา แอร์โฮสเตสสาว ที่ถูกทางการออสเตรเลียควบคุมตัว

 

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าขบวนการนี้เป็น แก๊งอาชญากรรมขนยาเสพติดของชาวเวียดนาม โดยมีตัวการใหญ่เป็นผู้สั่งการอยู่ที่เมืองฮานอย สั่งการผ่านบัญชีเฟซบุ๊กอวตารว่าจ้างไรเดอร์ให้ไปรับของจากบ้านพักของกลุ่มชาวเวียดนามในประเทศไทยเพื่อนำไปส่งให้คนไทยที่เป็นคนรับหิ้วของ จากการสืบสวนมีร่องรอยเป็นรูปแบบของขบวนการของกลุ่มคนร้ายมีดังนี้

 

1 . คนร้ายที่ 1 นายสมพงษ์ ผู้ถูกจับกุมในฐานะบัญชีม้าที่ถูกชาวเวียดนามใช้บัญชีโอนเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วของไปญี่ปุ่น จำนวนหลายบัญชี

2.คนร้ายที่2 เป็นชาวเวียดนามผู้ติดต่อฝากหิ้วของกับผู้รับหิ้ว

3 .คนร้าย ที่ 3 เป็นชายต่างประเทศที่ติดต่อกับไรเดอร์รับของเอาไปฝากไว้ที่คอนโดย่านปิ่นเกล้าซึ่งไม่ใช่ที่พักของตนจริง

 

4 .คนร้ายที่ 4 คือคนร้ายชาวต่างประเทศที่โอนเงินเข้าบัญชีของนายสมพงษ์ก่อนและหลังการจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วซึ่งคือคนที่ถือเอทีเอ็มหรือแอปพลิเคชั่น ธนาคารของนายสมพงษ์

และจากการตรวจสอบพบว่าบัญชีที่ใช้โอนเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นบัญชีของนายสมพงษ์ ซึ่งมีชาวเวียดนามหมุนเวียนสลับกันมาถอนเงินสดในครั้งละ 20,000 – 50,000 บาท เมื่อถอนเงินแล้วจะเดินทางกลับประเทศเวียดนามทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ทำให้เชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 4 คน

โดยขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 4 คน เป็นคนไทย 1 คน คือนายสมพงษ์ และชาวเวียดนาม 3 คน ที่ทำหน้าที่กดเงินและเป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตาร รวมถึงทำหน้าที่ผู้สั่งการ แต่ใน 4 หมายจับนี้ยังไม่มีแฟนสาวของนายสมพงษ์ แต่เชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นกับกระบวนการดังกล่าว ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล

 

ล่าสุด ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว นายสมพงษ์ อายุ 50 ปี ชาว จว.ปทุมธานี ได้ที่บริเวณ ถ.รังสิตนครนายก ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จว.นครนายก

 

โดย เบื้องต้น นายสมพงษ์ ให้การว่าตนมีแฟนสาวชาวเวียดนาม ชื่อมะลิ คบหาดูใจกันประมาณหนึ่งปีเศษ และให้การเพิ่มเติมว่า ตนได้เคยให้บัญชีธนาคารกสิกร ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้แฟนสาวใช้ เพื่อความสะดวกเนื่องจากแฟนสาวเป็นคนต่างชาติ ขณะนี้แฟนสาวอยู่ที่ประเทศเวียดนามแจ้งว่าจะกลับเดือนหน้า

 

จึงควบคุมตัวพร้อมนำค้นที่พัก และควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

สำหรับผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 คน ที่ถูกออกหมายจับพบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว 1 คน ส่วนที่เหลือได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดแล้ว

 

ส่วนพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา มีความพยายามตัดตอนโดยสั่งการผ่านไรเดอร์เพื่อไม่ให้สาวถึงตัว และมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลา เช่น แอบใส่ไปในผลิตภัณฑ์อาหารหรือผงปรุงรสต่าง ๆ โดยการกรีดซองแล้วแพ็กใหม่ โดยได้ค่าจ้างขนกิโลกรัมละ 450 บาท ซึ่งเป็นราคาปกติทั่วไป ส่วนปลายทางพบว่าไปส่งที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงปลายทางจะมีคนไทยมารับสินค้าต่อจากผู้รับจ้างไปส่งต่อเป็นทอด ๆ โดยขณะนี้ได้ประสานทางสถานทูตญี่ปุ่นให้ช่วยตรวจสอบแล้ว และกำลังขยายผลต่อว่าชาวเวียดนามกลุ่มนี้ไปรับยาไอซ์มาจากที่ไหน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดเพราะเชื่อว่าไม่ได้ทำแค่เรื่องยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีขบวนการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ร่วมด้วย

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่