“สีฟ้า ปชป.” 21 เสียง น้อยแต่เข้มแข็ง ลุยตรวจสอบทุกตารางนิ้ว เตรียมซักฟอก

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

แม้จะมีกำลังพลในสภาผู้แทนราษฎร เพียงแค่ 21 เสียง แต่อดีตพรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยืนยันหนักแน่น “น้อยแต่มากด้วยคุณภาพ” ล่าสุดนำทีมเปิดฉากประชุม สส. นอกสถานที่นัดแรกที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วางกรอบงานฝ่ายค้านเชิงรุก ประกาศกางอาวุธลับใหม่อย่าง AI แพลตฟอร์ม ‘ส่องรัฐ’ ตรวจสอบการใช้งบประมาณแบบเจาะลึกทุกตารางนิ้ว พร้อมล็อกเป้าเตรียมยื่นซักฟอกอภิสิทธิ์ชนจัดซื้อจัดจ้างพลังงานทดแทนราคาแพงเกินจริง

 

 

บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นหนึ่งเดียวราวกับคนในครอบครัว ของผู้แทนราษฎรทั้ง 21 คนจากค่ายสีฟ้า ประชาธิปัตย์ ในการประชุม สส. นอกสถานที่ คือ ภาพสะท้อนของการปรับกระบวนทัพครั้งใหม่ แม้ในมิติเชิงตัวเลข พวกเขาจะเป็นฝ่ายค้านที่มีกำลังพลน้อย แต่ในมิติการทำงาน ‘ค่ายสีฟ้า’ มีความเก๋าเกมทางการเมือง มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและเกราะกำบังรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนอย่างเข้มแข็งไม่แพ้พรรคขนาดใหญ่

 

“อภิสิทธิ์“ ระบุว่า บรรยากาศของ สส. ภายในพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 21 คน เหมือนครอบครัวเดียวกัน มีความใกล้ชิดสนิทสนม พึ่งพาอาศัยกัน ศึกครั้งหน้า เราต้องทำงานอย่างหนักมากขึ้น เนื่องจากกำลังพลน้อย เพื่อที่จะเป็นปากเสียงและทำงานแทนประชาชน ถึงแม้กำลังจะไม่มาก แต่สู้เต็มกำลังในทุก ๆ ส่วน ขอยืนยันซ้ำอีกครั้งว่า พร้อมสู้ทุกรูปแบบ”

 

อาวุธลับสำคัญที่จะถูกนำมาใช้ทลายทุนผูกขาดและขุดรากถอนโคนการทุจริตในสมัยประชุมหน้า คือ แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งเป็นระบบ AI อัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อดึงข้อมูลสาธารณะมาวิเคราะห์ เจาะลึกไปถึงบัญชีนวัตกรรม โครงการใช้เงินกู้ และตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ารัฐมนตรีคนไหนพรรคใดกำกับดูแล และกลุ่มบริษัทหน้าเดิมกลุ่มใดที่ได้รับเค้กชิ้นปลามันไปครอง

 

เป้าหมายใหญ่รอบนี้มุ่งเป้าไปที่เม็ดเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยเฉพาะโครงการโซลาร์เซลล์ที่รัฐต้องซื้อในราคาแพงเกินจริงจากการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง

 

เรียกได้ว่า แพลตฟอร์ม ‘ส่องรัฐ’ ของพรรคฯ จะชี้ให้เห็นได้ว่า โครงการต่าง ๆ มีบริษัทที่เกี่ยวข้องเดิม ๆ อยู่ ทำให้การแข่งขันราคาจำกัดเกินไป รัฐและประชาชนเสียประโยชน์ จนนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน การเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจเราจะปรึกษาหารือกันในพรรคร่วมฝ่ายค้าน และมุ่งเน้นการตรวจสอบให้โปร่งใสในทุก ๆ นโยบาย”

 

นอกจากการตรวจสอบระดับมหภาคแล้ว งานพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ปักหมุด ‘เอ็กซเรย์’ ทุกตารางนิ้วเช่นกัน ขยี้แผลรัฐบาลเร่งรัดกระบวนการอุทธรณ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่-สงขลา ที่ล่าช้า จี้เยียวยาภาคธุรกิจด้วยการผ่อนปรนสินเชื่อและพักชำระหนี้ พร้อมเสนอทางออกวิกฤตพลังงานด้วยการลดภาษีสรรพสามิตเพื่อลดต้นทุนให้ประชาชน โดยไม่ต้องเดินหน้ากู้เงินมาแจกหมดภายในเวลาเพียง 4 เดือนเหมือนที่เป็นอยู่

 

ขุนพลค่ายสีฟ้า 21 เสียงในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การทำหน้าที่ค้านเพื่อค้าน แต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างมีระบบด้วยเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการเสนอทางออกที่จับต้องได้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า “ประชาธิปัตย์” ยังคงเป็นที่พึ่งและเป็นความหวังที่เข้มแข็งของพี่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่