นายกฯ ชี้ประชุมABACเป็นหัวใจสำคัญรวบรวมข้อเสนอแนะ เป็นแนวทางปฎิบัติให้นักลงทุน ชี้ไทยจะต้องขจัด ขั้นตอนราชการที่ยุ่งยากซับซ้อนให้หมดไป เดินหน้า Thailand Fast Pass เผยกลุ่มปั่นป่วนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯมีมาตรการเข้มดูแลอยู่แล้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการเป็นประธานเปิดการประชุมที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค หรือ ABAC ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ที่โรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯว่า การประชุมนี้จะมีตัวแทนจากทั่วทุกประเทศเข้าร่วมโดยเฉพาะภาคธุรกิจซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ โดยจะมีการรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ ไปเสนอแนวทางให้กับผู้นำประเทศต่างๆในกลุ่มประเทศ APEC ได้พิจารณา แล้วนำออกมาเป็นแนวปฏิบัติ ขณะที่ประเทศไทยช่วงนี้ถือว่าเป็นการเปิดประเทศให้นักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนโดยสร้างความมั่นใจและสร้างความเชื่อมั่นว่า การเข้ามามีส่วนร่วมในประเทศไทย ทั้งด้านการลงทุนฐานการผลิตซึ่งไทยถือว่าเป็น Head Quarter หนึ่งในภูมิภาค
โดยไทยได้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าได้มีการปรับปรุงรูปแบบขั้นตอนการอนุมัติให้รวดเร็วขึ้นเพื่อที่ภาคธุรกิจจะได้ติดสินใจได้อย่างรวดเร็ว นำเงินเข้าประเทศไม่ต้องคิดถึงคู่แข่ง หรือทางเลือกอื่น แต่มุ่งมาที่ประเทศไทย เพราะได้มีมาตรการต่างๆออกมารองรับ และคำว่า Bureaucratic red tape หรือ กฎระเบียบ ขั้นตอนการดำเนินงาน เอกสารทางราชการที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และมากเกินความจำเป็น จะต้องหมดไป ซึ่งสอดคล้องกับรัฐบาลที่ได้ดำเนินนโยบาย Thailand Fast Pass โดยทุกอย่างจะต้องเชื่อมโยงกัน เหมือนขั้นตอน One Stopping shopping รัฐบาลอื่นยังไม่ทำแต่รัฐบาลนี้ทำได้
นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า รัฐบาลยังเดินหน้าในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตโดยดำเนินงานอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะการเตรียมเข้าเป็นสมาชิก OECD ที่ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากมิตรประเทส ซึ่งส่วนตัวได้แจ้งให้ทุกหน่วนงานได้รับทราบถึงความสำคัญของไทยที่จะเข้าเป็นสมาชิก OECD เพราะจะเป็นการยกระกับประเทศ สร้างความเชื่อมั่นมั่นใจให้กับประชาคมโลก โดยตนเองได้พบปะกับผู้นำประเทศต่างๆ ซึ่งทุกคนยืนยันและเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความสามารถ

มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าเป็นสมาชิก OECD ดังนั้นประเทสไทยก็ต้องทำให้ ผู้ที่มาคัดเลือกเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจว่าไทยปราบปรามเรื่องทุจริตคอรัปชันอย่างเต็มที่ ไม่เป็นที่พักพิงการค้ายาเสพติด หรืออาชญากรข้ามชาติ
ไทยจะต้องมีระบบการจัดซื้อจัดจ้างประมูลงาน เปิดโอกาสทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและทุกสิ่งในประเทศไทยจะต้องตรวจสอบด้ มีการใช้บังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดไม่มีข้อยกเว้น เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้ประเทศไทย
ยกระดับในการทำงาน เข้าไปอยู่ในกรอบที่มีการคานอำนาจมีการตรวจสอบมีการตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการปราบปรามกลุ่มทุนเทาและบัญชีม้าที่ไปสร้างความปั่นป่วน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้เข้ามาดำเนินการจัดการกลุ่มเหล่านี้อย่างเข้มข้นทั้งในส่วนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก.ล.ต. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือ ปปง. ก็ได้เข้ามาทำงานกันเป็นทีม มีการแชร์ข้อมูสำคัญต่างๆ นำไปสู่การสืบสวนสอบสวนหาคนกระทำผิดและนำไปสู่การดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาตนเอง
ก็ได้เข้ามาดำเนินการเนื่องนี้สามารถที่จะยึดทรัพย์ล่าสุดได้มากถึง 8,000 กว่าล้านบาท
“กลุ่มที่ปั่นป่วน ปั่นป่วนจะเฉพาะหุ้นที่มันเทา ซึ่งคนที่ไปลงทุนในหุ้นเทาๆ คุณก็ดู คนที่ไม่เทาเขาก็ไม่ลงหุ้นเทา นะเขาก็คิดง่ายๆ แค่นี้ พอสีเทาก็อยู่ได้กับสีเทา ก็ยิ่งง่าย คัดแยกได้ง่าย ดำเนินคดีได้ง่าย ยึดทรัพย์ได้ง่าย ที่ผ่านมาทุนเทา
สมัยผมเข้ามานี่ก็ถ้านับทั้ง อนุทิน 1 อนุทิน 2 ตอนนี้เราก็ยึดทรัพย์สินพวกสีเทาต่างๆ เหล่านี้มาประมาณเกือบ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯก็เป็นจำนวนเงินที่มาก ล่าสุดก็เพิ่งยึดมาอีก 8,000 กว่าล้านบาท” นายอนุทิน กล่าวย้ำ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews