มหาดไทย พบขรก.ทุจริต5รายสอบวินัยร้ายแรง

การเมือง ข่าว

 

ปลัดมหาดไทย โต้ข่าวตามติด “อนุทิน”เหมือนร่างทรง ซัดพวกวิจารณ์ไม่รู้ระบบราชการ ขอไตร่ตรองก่อนเชื่อ

 

 

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงเปิดใจถึงการทำงานร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกหลายฝ่ายวิพากวิจารณ์ว่า นายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องบริหารจัดการและดูแลผู้ว่ารสชการจังหวัดทั่วประเทศที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ คนที่จะเชื่อมต่อนายกรัฐมนตรี กับผู้ว่าราชการจังหวัด คือ ผมบในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย

ถ้าปลัดกระทรวงมหาดไทยไม่มาหานายกฯไม่มารับคำสั่งนายกฯเพื่อไปถ่ายทอดต่อ ไม่ได้มาทำหนังสื่อสั่งการตามคำสั่งนายกฯก็อาจทำให้เกิดความเสียหายในทางราชการได้ ก็ต้องไปดูว่าทุกครั้งที่ตนรับคำสั่งนายกฯเสร็จก็เข้ากระทรวงมหาดไทยทุกวัน แต่มีบางสื่อพยายามบิดเบือน และบอกว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นร่างทรงนายกฯมันตลกมากคิดแบบนี้ได้อย่างไร รู้ระบบราชการแผ่นดินหรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ

“ผมขอยืนยันว่าผมไม่รู้จักนายกฯมาก่อนเลย ตั้งแต่เป็นรมช.สาธารณสุข รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ผมมารู้จักและทำงานใกล้ชิดตอนที่ผมเป็นอธิบดีกรมการปกครอง เพราะนายอนุทิน ไม่เคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน ตอนที่มามีเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าพารากอน ซึ่งได้เรียกหน่วยงานทั้งหมดมาประชุมกันเพื่อหามาตรการแก้ปัญหาโดยไม่มีคำสั่งยกเลิกการพกปืนสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ รวมถึงการปราบปรามยาเสพติด เมื่อมีการจับสถานบันเทิงนายอนุทิน ก็จะลงพื้นที่ไปด้วยเพื่อดูหน้างาน และยังไปลงพื้นที่สถานที่พัทยา และลงพื้นที่บริเวณชายแดน อ.แม่อายจ.เชียงใหม่ ที่เป็นจุดซึ่งมีการนำยาเสพติดเข้ามา นายอนุทินก็ได้เห็นคนที่กำลังขนยาเสพติดถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังประทุษร้าย ทำให้ได้เห็นทั้งกระบวนการ นี้คือสิ่งที่รมว.มหาดไทยทำงานหนักมาตลอดในการเป็นรมว.ซึ่งผมได้ติดตามมาตลอด ผมไม่ได้มาติดตามท่านเพื่อมาเดินเล่น แต่ผมติดตามเพราะทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้งานของกระทรวงมหาดไทยเดินไปอย่างราบรื่น ”

ปลัดมหาดไทย กล่าวว่า คนที่พูดจาออกไปแล้วผู้สื่อข่าวก็เชื่อต้องไตร่ตรองอย่างหนักว่าพูดออกมาได้อย่างไร หรือไปฟังใครมา นายอนุทิน เห็นแล้วว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีงานด้านความมั่นคงอย่างเดียวแต่เห็นว่าเราต้องไปช่วย

“มหาดไทย” ชี้ ข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัด สถ. มีมูลกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง 5 คน พร้อมตั้งข้อสังเกตไร้ทานกระดาษคำตอบ ภาค ก.- ข. แก้ข้อมูลก่อนประกาศในระบบ เผย สุ่มตรวจ 79 ราย กระดาษคำตอบไม่ตรงเกินครึ่ง ขณะ “อรรษิษฐ์” บอก หากพบอีกพร้อมตั้งสอบวินัยเพิ่ม ย้ำ หากเส้นเงินโยงใคร ต้องนำตัวมาลงโทษ

นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น แถลงข่าว ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ว่า จากที่คณะกรรมการฯได้รับคำสั่งให้มีการแสวงหาข้อเท็จจริงนั้น จากพยานหลักฐาน และ การรวบรวมเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงที่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกรณีนี้มาให้ข้อมูล จำนวน 15 ราย ซึ่งบางส่วนก็มาชี้แจงด้วยตนเอง และบางส่วนก็ส่งเอกสารมาชี้แจง พร้อมกับเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้ข้อมูล ตลอด 6-7 วันที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบกระดาษสอบในเบื้องต้นทั้ง 10 ศูนย์สอบ พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้จัดส่งไฟล์ข้อมูลที่ตรวจคำตอบเสร็จแล้วทั้งหมดในทันที โดยมีการเข้าไปตรวจสอบแฟลชไดรฟ์ที่เก็บไว้ยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่บันทึกข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบของทุกคนไว้ก่อนที่จะมีการประกาศผลคะแนน

นอกจากนี้ ยังปรากฏว่าจากการสุ่มตรวจผู้เข้าสอบจำนวน 79 ราย พบว่ามีคะแนนในกระดาษ สำเนาและกระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวล ผลคำตอบถึง 48 ราย ซึ่งถือว่าเกินกว่าครึ่ง เพราะฉะนั้นจึงสะท้อนว่ามีการแก้ไขคะแนนทั้งในภาค ก. และ ภาค ข. อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คะแนนในภาค ก. เกินกว่าร้อยละ 60 ขณะที่ ในภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90

ส่วนเรื่องขั้นตอนการประกาศผลผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. นั้น รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผู้รับจ้างได้ส่งให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ไม่ได้นำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกคำตอบทั้งภาค ก. และ ข. มาสอบทานกัน นอกจากนี้ ในขั้นตอนการเห็นชอบรายชื่อ ภาค ค. ก็ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูล ก่อนที่จะประกาศคะแนนในระบบสาระสนเทศอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน พบว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมท้องถิ่น ผู้รับจ้าง บริษัทเอกชนภายนอก และ บุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลในส่วนของการดำเนินการทางวินัย เบื้องต้นพบว่ามีข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย

ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าเรื่องนี้เกิดมาจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับข้อร้องเรียนมาตั้งแต่ต้น และ มีการทำ MOU กับหน่วยงานเพื่อตรวจสอบ จึงเป็นที่มาของการจับกุม โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ จ.นนทบุรี ซึ่งจะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีย้ำว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนขายชาติ หากบรรจุคนไม่ดีเข้าสู่ระบบราชการ ทุกอย่างก็จะวุ่นวายไปหมด เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องชะลอการบรรจุเอาไว้ก่อน แต่พอมีการประชุมคณะกรรมการ กสถ. ก็ได้มีมติให้บรรจุตามปกติ จึงเป็นที่มาของความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับ ป.ป.ช. ยึดอายัดแผ่นข้อมูลดิบกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่น ซึ่งทาง ป.ป.ช. ชี้แจงว่าการตรวจสอบจะใช้เวลา 3-6 เดือน แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และหากดูคำสั่งในวันทำการจะพบว่าครบกำหนดในวันพรุ่งนี้ แต่นี่เราทำเสร็จก่อนเพราะนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและคิดว่าอยู่ในความสนใจของประชาชน จึงได้แถลงให้สื่อมวลชนได้รับทราบถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้

ส่วนกรมสอบสวนกลาง ก็ได้ดูเส้นเงินว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องรับผิดชอบและนำผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษให้ได้ พร้อมย้ำในช่วงท้ายว่า ขอให้ประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้เชื่อมั่นในความโปร่งใส ว่าเราจะทำให้เกิดความชัดเจนและตรวจสอบได้ รวมทั้งขอให้ร่วมกันเป็นพลังให้เรื่องนี้กระจ่าง

ขณะที่ ในส่วนของการตรวจสอบทุจริตของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า หากเสร็จสิ้นก็จะส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช. ต่อ เพื่อให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และหากพบว่ามีคนในมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มอีก ก็จะตั้งสอบวินัยเพิ่มเติม

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่