โลกออนไลน์แห่แชร์โพสต์ของแพทย์โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่หลังเผยเคสผ่าตัดนำก้อนแข็งคล้ายหินขนาดใหญ่ ออกจากช่องคลอดหญิงโดยผู้ป่วยระบุว่า เคยถูกทำพิธีไสยศาสตร์ในประเทศอินโดนีเซียเมื่อหลายปีก่อน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โลกออนไลน์มีการแชร์โพสต์จากเฟซบุ๊ก”หมอสุนทร กระดูกและข้อ หาดใหญ่” ซึ่งเปิดเผยกรณีการรักษาผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 47 ปีที่มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังนาน 3 ปี ร่วมกับอาการปัสสาวะแล้วหน่วงท้องน้อยและมีตกขาวผิดปกติ
ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนถูกส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมและพบสิ่งแปลกปลอมภายในช่องคลอด มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-12 เซนติเมตร รูปร่างไม่แน่นอน โดยโครงสร้างภายในมีลักษณะคล้ายเกือกม้าจึงส่งต่อมายังโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่
ทีมสูตินรีแพทย์ นำโดย นพ.โฆษิต ตันตินาม และ พญ.อัจฉราวดี พูลสวัสดิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช
ได้ตรวจภายในและพบว่า ก้อนดังกล่าวมีลักษณะแข็งคล้ายก้อนหินขนาดใหญ่จึงปรึกษาทีมแพทย์ด้านกระดูกและข้อเพื่อวางแนวทางการผ่าตัด
เบื้องต้นมีแผนจะสกัดก้อนออกทีละส่วนผ่านทางช่องคลอด แต่หลังประเมินขนาด ความแข็งและรูปร่างของก้อนแล้ว เห็นว่า มีความเสี่ยงที่จะมีเศษสิ่งแปลกปลอมตกค้างอยู่ภายในจึงตัดสินใจผ่าตัดเปิดจากด้านบนแทน
ทีมแพทย์ได้ทำการตัดมดลูก เปิดช่องคลอดบางส่วน และเลาะเนื้อเยื่อพังผืดที่ยึดติดกับอวัยวะสำคัญหลายส่วน
ทั้งบริเวณลำไส้ใหญ่และท่อไต ขณะที่ทีมแพทย์ด้านกระดูกและข้อได้ช่วยเลาะพังผืดผ่านทางช่องคลอด
ก่อนที่ทีมสูตินรีแพทย์จะเปิดช่องท้องและนำก้อนดังกล่าวออกมาได้สำเร็จ
ภายหลังนำก้อนออกมา แพทย์ได้กะเทาะก้อนดังกล่าว เนื่องจากจากภาพเอกซเรย์พบว่าภายในอาจมีโครงสร้างบางอย่างอยู่ โดยพบของเหลวและส่วนประกอบคล้ายโคลนส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงรวมทั้งพบชิ้นส่วนคล้ายอะคริลิกทรงกลมสีเขียวและสีแดง ขนาดประมาณ 3 เซนติเมตรและลูกปัดหลากสีขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร จำนวน 11 เม็ด
ทั้งนี้ จากประวัติที่ผู้ป่วยให้ข้อมูล ระบุว่าเคยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอินโดนีเซียเมื่อหลายปีก่อนและเคยถูกหมอไสยศาสตร์ชาวอินโดนีเซียบังคับทำพิธีใส่สิ่งของเข้าไปในช่องคลอดแต่ไม่สามารถจำรายละเอียดหรือวิธีการได้ชัดเจน โดยแพทย์ระบุว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าพิธีดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร หรือเหตุใดสิ่งแปลกปลอมดังกล่าว
จึงมีโครงสร้างภายนอกแข็งคล้ายหิน แต่ภายในกลับมีลักษณะคล้ายโคลนและมีของเหลวอยู่ภายใน
กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมากโดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในมุมมองทางการแพทย์และความเชื่อเกี่ยวกับไสยศาสตร์อย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันข้ออ้างเรื่องไสยศาสตร์ได้แต่ได้กลายเป็นอีกหนึ่งเคสทางการแพทย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews