“ทนายอั๋น”ร้อง กมธ.พัฒนาการเมือง สอบโกงสอบท้องถิ่น “ภคมน” รับลูกเร่งบรรจุวาระ ชี้ให้สังคมร่วมตัดสิน ถามกลับเชื่อมั่นมหาดไทย-ป.ป.ช. แค่ไหน
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือเป็นเจ้าพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหลายหน่วยงาน แต่เหตุผลที่มายื่นต่อ กมธ.พัฒนาการเมือง เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องและพบพฤติการณ์แก้ไขคะแนนสอบแล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะสามารถดำเนินคดีไปถึงผู้บงการหรือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงมหาดไทยกลับให้ความสำคัญกับการดำเนินคดีต่อบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลในทางลบมากกว่า จึงต้องการให้คณะกรรมาธิการเชิญผู้เกี่ยวข้องและพยานหลักฐานมาให้ข้อมูล เพื่อเร่งหาข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการ และมีผู้เข้าสอบที่ใช้ความรู้ความสามารถจริงกว่า 1,000 คน รวมตัวกันเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงทำเนียบรัฐบาล

ด้าน น.ส.ภคมน กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลร้องเรียนจากหลายฝ่าย ทั้งผู้เข้าสอบ ผู้ได้รับผลกระทบ ผู้สังเกตการณ์ และผู้ที่ติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าความเสียหายอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการสอบครั้งล่าสุด แต่มีลักษณะต่อเนื่องย้อนหลังมาหลายปี และอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเดียวกัน
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เนื่องจากหลักฐานในปัจจุบันยังอยู่กระจัดกระจาย ทั้งในส่วนของกระทรวงมหาดไทยและ ป.ป.ช. พร้อมตั้งคำถามว่า หากแต่ละหน่วยงานดำเนินการแยกกัน ประชาชนจะยังเชื่อมั่นในกระทรวงมหาดไทยและ ป.ป.ช. ได้มากน้อยเพียงใด ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น
“กมธ.พัฒนาการเมืองจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนร่วมพิจารณาว่าใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 4,500 ล้านบาท และถือเป็นปัญหาใหญ่ของระบบราชการไทย”
สำหรับแนวทางแก้ไขในระยะยาว น.ส.ภคมน กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล แต่ยืนยันว่าจุดยืนของพรรคประชาชนคือการเสนอให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 ซึ่งดึงอำนาจการจัดสอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับมาอยู่ที่ส่วนกลาง
อย่างไรก็ตาม แม้การจัดสอบโดยท้องถิ่นจะไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีการทุจริต แต่เมื่อเกิดปัญหาจะจำกัดวงความเสียหายและตรวจสอบได้ง่ายกว่า พร้อมเสนอให้มีระบบถ่วงดุลและเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกเข้าร่วมสังเกตการณ์กระบวนการสอบ เนื่องจากการสอบลักษณะนี้มีความสำคัญไม่ต่างจากการเลือกตั้ง

ประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง กล่าวอีกว่า จะเร่งบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมภายในสัปดาห์นี้ และดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยกำหนดกรอบสอบข้อเท็จจริงเพียง 7 วัน ขณะที่ ป.ป.ช. ระบุว่าอาจใช้เวลาถึง 3-6 เดือน ซึ่งมองว่าใช้เวลานานเกินไป และการเร่งค้นหาข้อเท็จจริงจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบราชการได้ดีที่สุด
ส่วนกรณีที่วุฒิสภาถอนร่างกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับไปพิจารณาภายใน 30 วัน น.ส.ภคมน กล่าวว่า ยังไม่ทราบเหตุผลของการถอนร่าง แต่เห็นว่าเนื้อหาหลายส่วนสอดคล้องกับข้อเสนอของพรรคประชาชนที่ต้องการคืนอำนาจการจัดสอบให้ท้องถิ่น จึงอยากให้วุฒิสภาพิจารณาอย่างรอบคอบว่ากฎหมายดังกล่าวจะสามารถปิดช่องโหว่การทุจริตได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงดึงเรื่องกลับไปเพื่อลดแรงกดดันทางการเมือง
นอกจากนี้ น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคณะกรรมาธิการหลายคณะเข้ามาตรวจสอบเรื่องเดียวกันว่า แต่ละคณะมีขอบเขตการทำงานแตกต่างกัน โดย กมธ.พัฒนาการเมือง จะเน้นการรับฟังข้อมูลจากประชาชน ขณะที่ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน อาจเน้นตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อกฎหมาย ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews